Technology

Elon Musk เผย Tesla กำลังซุ่มพัฒนาชิป AI สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ

TechTalkThai - Sun, 12/10/2017 - 00:30

ในงานประชุมวิชาการ Neural Information Processing Systems หรือ NIPS ทาง Elon Musk ได้ออกมาเปิดเผยว่า Tesla นั้นกำลังพัฒนาชิป Artificial Intelligence หรือ AI เพื่อใช้ในระบบรถยนต์ไร้คนขับโดยเฉพาะอยู่ และ Tesla นั้นก็จริงจังกับเทคโนโลยีด้าน AI ทั้งในแง่มุมของ Software และ Hardware เป็นอย่างมาก

Credit: Tesla

 

ผู้ที่รับบทบาทหลักๆ ในการพัฒนา AI Hardware ภายใน Tesla เวลานี้คือ Jim Keller อดีต Lead Architect ที่มีบทบาทในการพัฒนาชิปจำนวนมากให้กับ AMD และ Apple มาก่อน ผู้ซึ่งเข้าร่วมงานกับ Tesla เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา และทำงานร่วมกับ Andrej Karpathy ผู้ดำรงตำแหน่ง Director of AI โดยตรง

Elon Musk นั้นเชื่ออย่างแรงกล้าว่ารถยนต์จำนวนครึ่งหนึ่งที่จะถูกสร้างขึ้นมาในช่วง 10 ปีนับถัดจากนี้ จะเป็นรถยนต์ไร้คนขับ ในขณะที่เทคโนโลยี Artificial General Intelligence (AGI) นั้นจะเริ่มพร้อมใช้งานได้ภายในอีก 7-8 ปี โดยถึงแม้เขานั้นจะเป็นหนึ่งในคนที่ออกมาเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จาก AI ในอนาคต แต่เขาก็ยังเชื่อด้วยเช่นกันว่ามนุษยชาตินั้นยังมีหนทางที่จะนำ AI มาใช้สร้างประโยชน์ได้ในหลากหลายหนทาง

ก็ถือว่าชัดเจนไม่น้อยว่าทำไม Elon Musk ถึงออกมาเปิด OpenAI ก่อนหน้านี้ ส่วนสถาปัตยกรรม แนวคิด และประสิทธิภาพของชิป AI ที่ Tesla กำลังพัฒนาอยู่นี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/12/08/elon_musk_finally_admits_tesla_is_building_its_own_custom_ai_chips/

The post Elon Musk เผย Tesla กำลังซุ่มพัฒนาชิป AI สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

ฝรั่งเศสเตรียมออกกฎอนุญาตให้ใช้บล็อกเชนเทรดหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาด

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 21:55

รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมออกกฎใหม่เพื่อให้ใช้บล็อกเชนทำการเทรดหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เปิดช่องทางให้ธนาคารและบริษัทฟินเทคสามารถสร้างแพลตฟอร์มบล็อกเชนสำหรับเทรดหลักทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในตลาด เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากตัวกลางอย่างโบรกเกอร์หรือธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian)

Bruno Le Maire รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฝรั่งเศสกล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีใหม่นี้จะเปิดให้บริษัทฟินเทคและบริษัทด้านการเงินอื่น ๆ พัฒนาหนทางในการเทรดหลักทรัพย์ที่เร็วกว่า, ถูกกว่า, โปร่งใสกว่า และปลอดภัยกว่า ซึ่งกฎนี้จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ปารีสเป็นที่น่าดึงดูดในการเป็นศูนย์กลางทางการเงิน

ปัจจุบัน รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังหาหนทางเพื่อทำให้ปารีสกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินมากมาย โดยออกนโยบายตั้งแต่ลดภาษี ไปจนถึงคำมั่นสัญญาว่าจะจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติจำนวนมากยิ่งขึ้น และการเปิดให้โอกาสให้ใช้บล็อกเชนในการเทรดหลักทรัพย์ก็เป็นหนึ่งในนโยบายเพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาทำธุรกิจในฝรั่งเศสมากขึ้น

ที่มา - Reuters

ภาพประกอบจาก Wikimedia

Topics: FranceBlockchainFinTech
Categories: Technology

Telegram ออกอัพเดต: ส่งภาพเป็นอัลบั้มใน Secret Chat, เพิ่มตัวเลือกใช้โหมด peer-to-peer เมื่อโทรผ่านแอพ

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 20:06

Telegram ออกอัพเดตเวอร์ชัน 4.6 ทั้งบน iOS และ Android โดยมีฟีเจอร์ใหม่ดังนี้

  • เพิ่มการตั้งค่าสำหรับการดาวน์โหลดสื่ออัตโนมัติ และการบันทึกภาพที่อีกฝ่ายส่งมา
  • ปาดซ้ายบนข้อความใด ๆ เพื่อตอบกลับ (เฉพาะ iOS)
  • ลิงก์พรีวิวสำหรับ Instagarm และ Twitter ที่มีรูปภาพหลายรูปจะแสดงรูปครบทั้งหมด จากเดิมที่แสดงแค่รูปเดียว
  • ข้อความในช่องสาธารณะและกลุ่มสามารถฝังด้วยการใช้ HTML-widget ได้
  • Secret Chats รองรับการใช้งานระบบอัลบั้ม
  • รองรับ MTProto 2.0
  • เพิ่มตัวเลือกบังคับใช้งานโหมด peer-to-peer ในการโทรติดต่อกับที่อยู่ติดต่อใด ๆ ผ่าน Telegram
  • แก้ปัญหาแอพแครชบน iOS 6
  • ปรับปรุงความเร็วตอนเปิดแอพและความเร็วโดยรวม

ที่มา - Telegram (Twitter)

Topics: Telegram
Categories: Technology

Steve Wozniak เผยเขามี iPhone X ใช้แล้ว เพราะ Tim Cook เอามาให้

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 17:59

Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิลไปร่วมพูดในงาน Pivot Summit โดยเขาได้พูดในหลายประเด็นที่น่าสนใจ รวมทั้ง iPhone X ที่เขาบอกว่าจะไม่ไปซื้อตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้าที่เขามักไปซื้อวันแรก

Wozniak บอกว่าหลังเขาพูดออกสื่อเรื่อง iPhone X แบบนั้น ซีอีโอแอปเปิล Tim Cook ก็ได้นำ iPhone X มาให้เขาใช้งานเป็นการส่วนตัวเลย ซึ่งเขาบอกว่า "ก็ชอบอยู่นะ"

เขายังพูดถึงประเด็นอื่น ว่าคนมักเทียบสตีฟ จ็อบส์ กับ Elon Musk ซึ่งเขามองว่าทั้งคู่มีแนวคิดไม่เหมือนกัน แต่วิสัยทัศน์นั้นเหมือนกันคือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการตนเอง สุดท้ายเขาพูดถึง Bitcoin ว่า เคยลงทุนตั้งแต่ช่วงแรกๆ เพื่อทดลองดู แต่เมื่อถูกขโมยไป 7 Bitcoins เขาก็ตัดสินใจเลิกลงทุน

ที่มา: 9to5Mac ภาพ @MishManners

Topics: Steve WozniakiPhone XBitcoin
Categories: Technology

[ลือ] YouTube จะเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งเพลงแบบจ่ายเงินปีหน้า

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 16:15

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า YouTube เตรียมจะเปิดให้บริการสตรีมมิ่งเพลงแบบจ่ายเงินในเดือนมีนาคมปีหน้า โดยแหล่งข่าวรายงานว่าตอนนี้มีค่ายเพลงใหญ่ที่เซ็นสัญญานี้แล้วคือ Warner Music ส่วนอีกสองค่ายใหญ่คือ Sony Music Entertainment และ Universal Music รวมถึงกลุ่ม Merlin ซึ่งเป็นกลุ่มของค่ายเพลงอิสระก็กำลังพูดคุยกับ YouTube ถึงเรื่องบริการใหม่นี้อยู่

แหล่งข่าวรายงานว่าบริการใหม่ของ YouTube ตอนนี้มีชื่อเรียกภายในว่า Remix จะให้บริการสตรีมมิ่งเพลงออนดีมานด์ในลักษณะเดียวกับ Spotify และจะมีบริการบางอย่างเพิ่มเติมจาก YouTube อย่างเช่นวิดีโอคลิปเป็นต้น ซึ่งตอนนี้ YouTube ก็ได้เริ่มชักจูงให้ศิลปินมาโปรโมตบริการใหม่นี้แล้ว

ก่อนหน้านี้ YouTube ก็เคยจ้างงาน Lyor Cohen อดีตผู้บริหารของ Warner Music เพื่อมาควบคุมการดำเนินงานด้านการเพลง และเจรจากับค่ายเพลง รวมถึง Google ก็เริ่มโยกย้ายพนักงานจาก Google Play Music มาลงที่ YouTube จำนวนมากเมื่อต้นปีแล้ว ดังนั้นโอกาสที่ Google จะเปิดตัวบริการดังกล่าวภายใต้แบรนด์ YouTube ก็มีสูง

ปัจจุบัน เพลงถือเป็นหมวดหมู่หนึ่งของวิดีโอใน YouTube ที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้นับพันล้านคนต่อเดือน แต่ YouTube ยังคงต้องพบกับข้อครหาจากค่ายเพลงและศิลปินว่าจ่ายค่าตอบแทนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้ที่รับชมจำนวนมาก ซึ่งทาง YouTube ก็เคยอธิบายว่าจ่ายไปเยอะแล้ว

ที่มา - Bloomberg

Topics: YouTubeGoogleMusic Streaming
Categories: Technology

เมือง Toronto ประเทศแคนาดาออกกฎ ผู้ให้เช่าผ่าน Airbnb ปล่อยเช่าได้เฉพาะบ้านที่ตัวเองอยู่เท่านั้น

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 15:05

สภาเมือง Toronto ประเทศแคนาดาได้อนุมัติกฎเพื่อควบคุมการเช่าระยะสั้น โดยกำหนดว่าผู้ให้บริการจะต้องมาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ของเมืองและจำกัดประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าของบ้านสามารถปล่อยเช่าได้ ซึ่งกฎใหม่ของเมือง Toronto นี้จะเริ่มใช้ในเดือนมิถุนายนปีหน้า

ภายใต้กฎใหม่นี้ เจ้าของบ้านจะอนุญาตให้ปล่อยเช่าบนบริการ homesharing จำพวก Airbnb หรือ Homeaway ของ Expedia ได้เฉพาะที่อยู่หลักเท่านั้น ผู้ให้เช่าสามารถปล่อยเช่าได้ถึง 3 ห้องนอนในที่อยู่หลัก หรือปล่อยเช่าได้ทั้งบ้านขณะใช้เวลาในการพักผ่อน โดยมีจำกัดเวลาสูงสุดว่าจะปล่อยเช่าได้ในระยะสูงสุดที่ 180 วันต่อปีเท่านั้น และเจ้าของบ้านจะไม่สามารถปล่อยเช่าที่อยู่แห่งที่สองได้

การออกกฎใหม่ของเมือง Toronto นี้ เพื่อเป็นการจำกัดที่อยู่เพื่อการเช่าระยะสั้น เนื่องจากทุกวันนี้ที่อยู่ถูกปล่อยให้เช่าระยะสั้นมากจนเกินไปจนไปรุกรานตลาดเช่าระยะยาว ซึ่งทำให้ค่าเช่าสูงขึ้น และเป็นการไม่ปลอดภัยสำหรับผู้เช่าระยะยาว

หลังจากออกกฎใหม่มา ผู้ให้บริการเช่าระยะสั้นอย่าง Airbnb มองว่าการกำกับของเมือง Toronto นี้ถือเป็นชัยชนะ และกล่าวว่าผู้เช่าส่วนใหญ่ของ Airbnb ใช้วิธีแชร์ที่อยู่หลักของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้ปล่อยเช่าที่อยู่ที่ว่างเปล่า

ที่มา - Reuters

Topics: AirbnbCanadaSharing Economy
Categories: Technology

Qualcomm จับมือ Baidu พัฒนาระบบ AI สั่งงานด้วยเสียงภาษาจีนร่วมกัน

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 12:21

Qualcomm ประกาศความร่วมมือกับ Baidu ผนึกกำลังพัฒนาด้าน AI ร่วมกัน

Baidu ถือเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการ AI จีน มีระบบปฏิบัติการ DuerOS รองรับการสั่งงานด้วยเสียง (แน่นอนว่าเน้นภาษาจีน) และที่ผ่านมาก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งจับมือกับ Baidu เพื่อใช้งาน DuerOS ที่ว่านี้ เช่น NVIDIA และ Xiaomi

ความร่วมมือกับ Qualcomm จะเป็นการนำ DuerOS มาปรับแต่งให้ใช้กับแพลตฟอร์มประมวลผลเสียง Qualcomm Aqstic ใน Snapdragon 845 ให้ดีขึ้น ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการลดเสียงสะท้อน-รบกวน และการประหยัดพลังงานในการดักจับเสียงด้วย

เป้าหมายของทั้ง Qualcomm/Baidu คือการทำให้ Snapdragon 845 + DuerOS กลายเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ IoT ในอนาคต ที่จะรองรับการสังงานด้วยเสียงมากขึ้น และถูกนำไปใช้โดยผู้ผลิตสินค้ายี่ห้อต่างๆ นั่นเอง

ที่มา - Qualcomm, Baidu

Topics: BaiduQualcommVoice RecognitionArtificial IntelligenceChina
Categories: Technology

Visual Studio 2017 ออกอัพเดตเวอร์ชัน 15.5 ใช้เวลาโหลดโซลูชันน้อยลงครึ่งหนึ่ง

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 12:01

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตให้ Visual Studio 2017 เป็นเวอร์ชัน 15.5

ของใหม่ที่สำคัญคือประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแทบทุกด้าน การโหลดไฟล์โซลูชันขนาดใหญ่ (C#/VB) ใช้เวลาน้อยลงถึงครึ่งหนึ่ง ส่วนเวลาที่ใช้สลับระหว่างโหมดีบั๊กและรีลีิสก็ลดลงเช่นกัน และเวลาที่ใช้ unfold เทมเพลตก็อาจเร็วขึ้นถึง 40 เท่า

ในแง่ฟีเจอร์ก็มีของใหม่หลายอย่าง เช่น historical debugging หรือการย้อนกลับไปยัง breakpoint ก่อนหน้าเพื่อดูสถานะของตัวแปรอีกครั้ง, รองรับ Docker แบบ multi-stage, การจัดการรหัสผ่านที่ใช้ล็อกอินเข้าฐานข้อมูลหรือเว็บเซอร์วิส เพื่อไม่ต้อง hardcode ไฟล์เหล่านี้, รองรับการทำงานกับ Xamarin Live Player

วิดีโอเปรียบเทียบความเร็วของ VS2017 15.5 vs 15.4

ส่วน Visual Studio for Mac อัพเดตเป็นเวอร์ชัน 7.3 มีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง เช่น รองรับ Visual Studio Test Platform (VSTest), เพิ่มเอนจิน refactoring ตัวใหม่จากคอมไพเลอร์ Roslyn, ปรับเวอร์ชัน .NET Core เป็น 2.0, รองรับการ sign อัตโนมัติหากใช้พัฒนาแอพบน iOS

ไมโครซอฟท์ยังออก Visual Studio 2017 เวอร์ชัน 15.6 เป็นเวอร์ชันพรีวิวให้ทดสอบด้วย มีของใหม่อีกหลายอย่างที่ปรับปรุงทั้ง UI, ฟีเจอร์, C++, Python, Azure

ที่มา - Visual Studio Blog (15.5), Visual Studio Blog (15.6)

Topics: Visual StudioMicrosoftDevelopmentIDE
Categories: Technology

Amazon เพิ่มประเทศที่ขาย Echo และบริการเพลง Music Unlimited ในยุโรป-ละตินอเมริกา

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 11:14

ปัญหาสำคัญของสินค้าและบริการจาก Amazon คือมักจำกัดประเทศ ขายแค่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปบางประเทศเท่านั้น ส่งผลให้การซื้อมาใช้ในบ้านเราค่อนข้างยุ่งยาก หรือแม้ใช้งานได้ก็อาจขาดฟีเจอร์บางอย่าง

ท่าทีของ Amazon ในช่วงหลังก็พยายามขยายสินค้าและบริการออกสู่ตลาดโลกมากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Amazon Prime Video ที่มาเปิดในบ้านเราตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ล่าสุด Amazon ประกาศขยายประเทศที่วางขายลำโพงอัจฉริยะ Echo และบริการเพลงสตรีมมิ่ง Amazon Music Unlimited อีก 28 ประเทศ ครอบคลุมหลายประเทศในยุโรปและละตินอเมริกา เช่น โบลิเวีย ชิลี โคลอมเบีย เปรู อาร์เจนตินา

ถึงแม้ยังไม่ขยายมาถึงเอเชียในตอนนี้ แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีว่าเราคงจะได้เห็นการวางขาย Echo อย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนัก

ที่มา - Amazon

Topics: Amazon EchoAmazonMusic StreamingMusic
Categories: Technology

ปีหน้า เราต้องตามติดเรื่องอะไรบ้างบนสื่อโซเชียล?

Thumbs Up - Sat, 12/09/2017 - 10:04

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับปี 2018 ปีที่โลกคาดว่าสังคมออนไลน์จะยังมีอิทธิพลกับชีวิตคนทุกเพศทุกวัยต่อไป ดังนั้นอย่ารอช้า ขอเชิญไปสรุปสิ่งที่เราควรคาดหวังและติดตามจากสื่อสังคมออนไลน์ในปีหน้า ที่เบื้องต้นพบว่ามีเทรนด์แรงไม่น้อยกว่า 9 รายการ

เทรนด์แรง 9 รายการที่แสดงว่าเราจะมุ่งหน้าไปทางไหนในปีหน้าด้วย social media สะท้อนว่าอะไรคือสิ่งที่ร้อนแรง หรือสิ่งที่หลุดโผไม่ได้อยู่ในสายตาคน social media อีกต่อไป โดยส่วนหนึ่งใน 9 ข้อนี้มีประเด็นสุดฮอตอย่าง “Video” แบบไม่ต้องสงสัย รวมถึงงาน “สตรีมสด” หรือ Live streaming การถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลที่เชื่อว่าจะถูกผลักดันต่อเนื่องในปีหน้า

แนวโน้มที่ 3 คือ ”เนื้อหาอายุสั้น” Short-lived content ที่จะถูกลบหายไปในเวลาที่จำกัดไว้ คาดว่าปีหน้าจะมีหลายแบรนด์ร่วมเล่นสไตล์นี้มากขึ้น เพราะเสน่ห์ของ Short-lived content ที่ดึงดูดชาวโซเชียลอยู่หมัด ให้รีบเข้ามาติดตามก่อนที่เนื้อหานี้จะหายไป

แนวโน้มโลกโซเชียลในปีหน้ายังมี Augmented reality เทคโนโลยีเสมือนจริงที่หลายแพลตฟอร์มจะแข่งขันกันดุเดือดกว่าเดิม รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artifical intelligence (AI) และระบบสนทนาอัตโนมัติ chatbot

อีกสิ่งที่ยังละสายตาไม่ได้ในปีหน้าคือ Generation Z หรือผู้ที่เกิดช่วงปี 1995 ถึง 2012 คนกลุ่มนี้จะเป็น “พื้นฐานสู่สังคมดิจิทัลที่แท้จริง”

ดาวเจิดจรัสอย่าง Influencer marketing จะยิ่งเปล่งประกายกว่าเดิมในปีหน้า เพราะเม็ดเงินลงทุนที่วางแผนอัดฉีดเข้าระบบอย่างไม่มีใครยอมใคร นอกจากนี้ยังมีเรื่อง Mobile-ready content ผลจากการใช้สมาร์ทโฟนของคนทั่วโลก จะทำให้ทุกฝ่ายพร้อมใจลงมือปรับเนื้อหาให้แสดงบนสมาร์ทโฟนได้ดีที่สุด

ผลงานการรวบรวมของบริษัท Filmora ซึ่งจะช่วยให้นักการตลาดมืออาชีพวางแผนสำหรับปีหน้าได้ดียิ่งขึ้น ยังมีเรื่อง Messaging apps แอปพลิเคชันแชต เช่น WhatsApp, WeChat และ SnapChat คาดว่าปีหน้าแบรนด์จะตะลุยทำการตลาดบนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแชตมากกว่าปีใดๆ

ที่มา: PRDaily

 Source: thumbsup

The post ปีหน้า เราต้องตามติดเรื่องอะไรบ้างบนสื่อโซเชียล? appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

Google Home Mini ได้รับอัพเดต กลับมาใช้ปุ่มควบคุมได้แล้ว

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 09:40

ก่อนหน้านี้ Google Home Mini เจอปัญหากับฮาร์ดแวร์ปุ่มสัมผัสบริเวณด้านบนของเครื่องทำงานผิดพลาดที่เหมือนผู้ใช้กดปุ่มอยู่ตลอดเวลา ทำให้เสียงรอบตัวถูกอัดเก็บไว้และอัพโหลดขึ้นเซิฟเวอร์ของกูเกิลโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ส่งผลให้กูเกิลตัดสินใจปิดการทำงานของปุ่มกลางแบบถาวรเพราะไม่รู้ว่าเครื่องไหนมีปัญหาบ้าง คงเหลือการทำงานไว้เพียงปุ่มด้านซ้ายและขวาที่ใช้ปรับระดับเสียง

ล่าสุดกูเกิลปล่อยอัพเดตใหม่ให้กับ Google Home Mini เพื่อนำฟีเจอร์ที่เดิมเคยใช้ได้กับปุ่มกลางกลับมา โดยตอนนี้ผู้ใช้ต้องกดปุ่มด้านข้างค้างไว้เพื่อเล่นหรือหยุดเพลง, ปิดเสียงปลุก และวางสาย แต่ฟีเจอร์ที่เคยกดปุ่มกลางเพื่อปลุก Home Mini ให้ตื่นยังไม่สามารถใช้ได้ ต้องเรียกโดยการพูด "OK, Google" หรือ "Hey, Google" ไปก่อน

อัพเดตใหม่นี้มีเลขเวอร์ชัน 1.29 โดยกำลังเริ่มปล่อยให้อัพเดตกันวันนี้

ที่มา - Android Police

Topics: Google HomeGoogle
Categories: Technology

[ลือ] Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถจากจีนเตรียมเข้าสู่ตลาดเม็กซิโก

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 09:22

แหล่งข่าวของสำนักข่าว Reuters รายงานว่า Didi Chuxing บริการเรียกรถจากประเทศจีนเตรียมขยายธุรกิจเข้าประเทศเม็กซิโกในปีหน้า ซึ่งจะถือเป็นการขยายกิจการออกนอกจีนครั้งแรกของ Didi

ในรายงานเผยว่า Didi จะเปิดตัวแอพบนสมาร์ทโฟนในเม็กซิโก และจะรับคนขับรถมาให้บริการบนแพลตฟอร์ม แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า Didi จะเริ่มให้บริการที่เมืองไหนก่อน ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่าในไตรมาสแรกของปีหน้า Didi จะเปิดให้บริการในเม็กซิโก

เมื่อเดือนก่อน Didi ก็เพิ่งเข้าพบกับ ProMexico บริษัทด้านการลงทุนของรัฐบาลเม็กซิโกเพื่อพูดคุยถึงโอกาสในการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศ ซึ่งเมื่อเข้าสู่เม็กซิโกแล้ว Didi จะต้องพบกับคู่แข่งท้ันทีคือ Uber และ Cabify จากสเปน ซึ่งปัจจุบัน Uber ถือว่ามีฐานที่มั่นคงมากในเม็กซิโก มีผู้ใช้บนแพลตฟอร์มกว่า 7 ล้านคนใน 45 เมือง โดยเม็กซิโกซิตี้ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของโลกของ Uber (ในแง่จำนวนการเที่ยวเดินทาง)

แต่ถึงแม้ว่า Uber มาก่อนในตลาดเม็กซิโก ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ว่างเหลือให้คู่แข่งเติบโตเลย เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานที่กำกับดูแลในบางเมืองของเม็กซิโกไม่อนุญาตให้ Uber รับเงินสดเพื่อป้องกันการแข่งขันโดยตรงกับแท็กซี่ ซึ่งถ้าคู่แข่งสามารถหาช่องทางแข่งขันได้โดยจับกลุ่มตลาดลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือเดบิตไว้จ่ายเงินได้ก็น่าจะมีช่องให้เติบโตได้เช่นกัน

ปัจจุบัน Didi ถือเป็นบริษัทเรียกรถที่มีมูลค่าสูงที่สุดอันดับสองรองจาก Uber เท่านั้น และธุรกิจในจีนของ Uber ก็เพิ่งควบรวมกับ Didi ไปเมื่อปีที่แล้ว

ที่มา - Reuters

ภาพจาก Didi Chuxing (Facebook)

Topics: Didi ChuxingRide-Hailing
Categories: Technology

Kaspersky จะปิดสำนักงานใน Washington D.C. แต่ยังทำธุรกิจกับลูกค้ารายอื่นในสหรัฐฯ ต่อไป

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 08:58

Kaspersky Lab ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยจากรัสเซียซึ่งถูกรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบน เตรียมปิดออฟฟิศใน Washington D.C. ซึ่งเป็นสำนักงานที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ทางบริษัทจะยังคงการดำเนินธุรกิจกับลูกค้าที่ไม่ใช่รัฐบาลต่อไป และเตรียมจะเปิดออฟฟิศใน Chicago, Los Angeles และ Toronto เพิ่มเติมในปีหน้า

Anton Shigarev ผู้บริหารจาก Kaspersky กล่าวในการให้สัมภาษณ์ถึงการปิดออฟฟิศดังกล่าว และยังพูดถึงเรื่องการเปิดซอร์สโค้ดของบริษัทให้กับบริษัทภายนอกตรวจสอบด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์ของ Kaspersky ไม่มีฟังก์ชันแอบแฝงใด ๆ ไม่มีการส่งไฟล์ไปยังบุคคลที่สาม ไม่มีการสอดแนม และทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับลูกค้าอย่างเต็มที่

Shingarev กล่าวว่า การเสียลูกค้าระดับรัฐของ Kaspersky นั้น อาจทำให้บริษัทต้องเสียรายได้จำนวนมาก และทำให้ Kaspersky ต้องคอยตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวซอฟต์แวร์หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบน

นอกจากนี้ ในฝั่งสหราชอาณาจักรที่เพิ่งประกาศเตือนเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่ผลิตโดยรัสเซียนั้น Shingarev กล่าวว่า National Cyber Security Centre ของสหราชอาณาจักรเพียงแค่ “แนะนำ” เท่านั้น

นอกจากนี้ Kaspersky จะยังสร้าง Transparency Centers ในสหรัฐฯ, ยุโรป และเอเชียด้วย โดยศูนย์นี้จะจัดตั้งให้มีผู้เชี่ยวชาญอิสระมาศึกษาโค้ดได้ โดยศูนย์เล่านี้จะมีความปลอดภัยระดับ SCIF มีกล้องตรวจสอบความปลอดภัย ไม่มีอินเทอร์เน็ต และมีผู้เชี่ยวชาญอิสระคอยตรวจสอบโค้ดและมีพนักงาน Kaspersky คอยตอบคำถาม

สุดท้ายนี้ Shingarev กล่าวว่าทางบริษัทก็ไม่ต้องการให้รัฐบาลรัสเซียสั่งบล็อกการใช้ซอฟต์แวร์จากสหรัฐฯ ภายในประเทศเหมือนกัน เขายืนกรานต่อต้านการแบนทุกประเภท และยืนยันว่าการปกป้องในลักษณะนี้จะเป็นอันตรายในระยะยาว Kaspersky เชี่ยวชาญในการปกป้องธนาคารจากการโจมตีโดยแฮกเกอร์รัสเซีย และถ้าสหรัฐฯ แบน Kaspersky จากธนาคารในประเทศก็เหมือนกับกำลังยิงตัวเองในระยะหนึ่งฟุต และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ (protectionism) ที่มากเกินไปนั้นสามารถทำลายการแข่งขันได้”

ที่มา - Bloomberg

Topics: KasperskySecurityUSARussia
Categories: Technology

HP ออกอัปเดต Keyboard Driver แก้ปัญหา Keylogger ใน Notebook ควรอัปเดตโดยด่วน

TechTalkThai - Sat, 12/09/2017 - 08:21

HP ได้ออกอัปเดตใหม่สำหรับ Keyboard Driver ใน Notebook จำนวน 475 รุ่นทั้งบนรุ่น Consumer และ Commercial เพื่อแก้ไขโค้ดสำหรับใช้ Debug ที่หลุดไปถึงผู้ใช้งาน ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ทำเป็น Keylogger ดักจับข้อมูลการพิมพ์ของผู้ใช้งานได้

Credit: HP

 

โค้ดที่มีปัญหานี้อยู่ในไฟล์ SynTP.sys ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Synaptics Touchpad Driver ที่ติดไปกับ HP Notebook หลายรุ่น และผู้โจมตีสามารถทำการปรับค่า Registry เพื่อใช้โค้ดดังกล่าวในการดักจับการพิมพ์ของผู้ใช้งานได้ด้วย Driver นี้ที่ได้รับการรับรองจาก Kernel และไม่สามารถถูกตรวจจับได้ด้วยผลิตภัณฑ์ด้าน Security ใดๆ ด้วยการใช้ Malware ที่สามารถ Bypass หน้าจอ UAC ในระหว่างการแก้ไขค่า Registry ดังกล่าว โดยรายละเอียดฉบับเต็มเกี่ยวกับการโจมตีสามารถศึกษาได้ที่ https://zwclose.github.io/HP-keylogger/ ครับ

หลังจากที่มีนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก ZwClose รายงานประเด็นปัญหานี้ไปกับทาง HP ทาง HP จึงได้ทำการออก Patch แก้ไขออกมาแล้วเรียบร้อย โดยให้เหตุผลที่มีฟังก์ชันนี้ติดไปใน Driver ว่าเป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการ Debug เท่านั้น โดยผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบรุ่นและโหลด Driver ได้ที่ https://support.hp.com/us-en/document/c05827409 ครับ

ปัญหาลักษณะนี้เคยเกิดกับ HP มาแล้วในกรณีก่อนหน้าที่ HP ปล่อยให้มีโค้ดสำหรับการ Debug หลุดมาใน Audio Driver ของตน และทำการออก Patch แก้ไขไปแล้ว

 

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/hardware/keylogger-found-in-hp-notebook-keyboard-driver/

The post HP ออกอัปเดต Keyboard Driver แก้ปัญหา Keylogger ใน Notebook ควรอัปเดตโดยด่วน appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

NVIDIA เปิดตัว NVIDIA TITAN V GPU การ์ดจอ PC เร็วระดับ 110 Teraflops เหนือกว่ารุ่นก่อน 9 เท่า

TechTalkThai - Sat, 12/09/2017 - 08:08

Jensen Huang ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง NVIDIA ได้ออกมาประกาศเปิดตัว NVIDIA TITAN V การ์ดจอ PC รุ่นล่าสุดที่มีความเร็วสูงถึง 110 Teraflops แล้วอย่างเป็นทางการ ออกแบบมาสำหรับงานด้าน AI โดยเฉพาะ

Credit: NVIDIA

 

NVIDIA TITAN V นี้ถูกออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA Volta โดยภายในประกอบด้วย Transistor มากถึง 21,100 ล้านชุดด้วยการผลิตแบบ TSMC 12nm FFN และมีความเร็วเหนือกว่า GPU รุ่นก่อนถึง 9 เท่า ด้วยการแบ่ง Data Path ของการประมวลผล Parallel Integer และ Floating Point ออกจากกัน, รองรับการประมวลผลและการคำนวน Address พร้อมๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการใช้หน่วยความจำ L1 และ Shared Memory ร่วมกันอีกด้วย โดย NVIDIA TITAN V นี้มีหน่วยความจำ HBM2 ขนาดใหญ่ถึง 12GB

ในงานเปิดตัว NVIDIA TITAN V นี้มีการแสดงผลงานจาก AIVA บริษัท Startup ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI ซึ่งใช้ NVIDIA TITAN Xp และ NVIDIA รุ่นอื่นๆ ในการแต่งเพลงด้วย AI ขึ้นมาบรรเลงในระหว่างงานเปิดตัว

NVIDIA TITAN V นี้เปิดตัวมาด้วยราคา 2,999 เหรียญหรือราวๆ 105,000 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่สหรัฐอเมริกา ส่วนในไทยต้องติดตามกันต่อไปครับ

ผู้ที่สนใจสรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NVIDIA TITAN V สามารถศึกษาได้ที่ https://www.nvidia.com/en-us/titan/titan-v/ ครับ

 

ที่มา: https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-titan-v-transforms-the-pc-into-ai-supercomputer

The post NVIDIA เปิดตัว NVIDIA TITAN V GPU การ์ดจอ PC เร็วระดับ 110 Teraflops เหนือกว่ารุ่นก่อน 9 เท่า appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

NVIDIA รายงานการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แปลงภาพหน้าหนาวเป็นหน้าร้อน แดดออกเป็นฝนตก

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 08:02

ที่งานประชุมวิชารการ NIPS 2017 ปีนี้มีงานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์น่าสนใจมานำเสนอมากมาย ทาง NVIDIA เองก็นำเสนอการใช้ generative adversarial networks (GANs) เพื่อการแปลงภาพโดยไม่ต้องสอนปัญญาประดิษฐ์ ผลที่ได้คือซอฟต์แวร์ที่สามารถแปลงสภาพแวดล้อมหรือวัตถุในภาพได้อย่างน่าประหลาดใจ

รายงานระบุว่าการแปลงภาพใช้ GAN สองชุด แต่ละชุดจะฝึกกับข้อมูลเพื่อ "ทำความเข้าใจ" ว่าสภาพแวดล้อมแบบหนึ่งๆ เป็นอย่างไร เช่น ท้องฟ้าในหน้าร้อนเทียบกับท้องฟ้าในหน้าหนาว ถนนขณะแดดออกเทียบกับถนนขณะฝนตก ไปจนถึงต้นไม้ในหน้าหนาวที่ผลัดใบเทียบกับหน้าร้อนที่เขียวทั้งต้น โดยกระบวนการนี้ไม่ต้องอาศัยมนุษย์มานั่งแปะป้ายข้อมูลทีละชุดแต่อย่างใด

การสร้างสภาพแวดล้อมจำลองนี้นำไปใช้งานได้อีกมหาศาล คนทั่วไปอาจจะนึกถึงวงการภาพยนต์ที่ไม่ต้องรอสภาพอากาศเป็นใจในการถ่ายทำอีกต่อไป ทาง NVIDIA เองยกตัวอย่างถึงการใช้ฝึกรถไร้คนขับที่ต้องเรียนรู้ข้อมูลสภาพแวดล้อมหลากหลายรูปแบบจนบางครั้งไม่สามารถหาสภาพแวดล้อมเหล่านั้นมาฝึกและจำลองการทำงานได้

ที่มา - NVIDIA

Topics: NVIDIAArtificial Intelligence
Categories: Technology

Jonathan Ive กลับมาดูแลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ Apple อีกครั้ง หลังหยุดไป 2 ปี

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 07:54

แอปเปิลได้ปรับปรุงข้อมูลในเว็บหน้าผู้บริหารระดับสูง โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือชื่อของ Alan Dye รองประธานฝ่าย User Interface Design และ Richard Howarth รองประธานฝ่าย Industrial Design ได้หายไป ซึ่งถ้าหากจำได้ ทั้งสองคนนี้รายงานตรงกับ Jonathan Ive หลังจากเขาได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็น Chief Design Officer โดยทั้งสองคนเข้ามาดูแลส่วนการออกแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

ตัวแทนของแอปเปิลอธิบายว่า หลังจากที่ภารกิจออกแบบดูแล Apple Park สำนักงานใหญ่แห่งใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ทีมงานฝ่ายออกแบบทั้งหมดจะกลับมารายงานตรงกับ Ive อีกครั้ง ซึ่งเขาก็จะกลับมาเน้นดูแลการออกแบบทั้งหมดเอง

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปว่า เดิม Ive มีตำแหน่งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ต่อมาแอปเปิลได้เลื่อนตำแหน่งใหม่ให้เขาเป็น Chief Design Officer บอกว่าเพื่อดูภาพรวมและดูแลงานของ Apple Park ซึ่งถูกมองว่าเป็นการดึงเขาให้อยู่แอปเปิลต่อไปด้วยงานที่ใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันก็เพื่อส่งต่องาน ซึ่งการประกาศปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ก็สะท้อนว่า Ive จะกลับมามีบทบาทในการออกแบบมากขึ้นอีกครั้ง

ที่มา: Bloomberg

Topics: Jonathan IveApple
Categories: Technology

[ลือ] Apple จะซื้อกิจการแอพค้นหาเพลงด้วยเสียง Shazam

Blog None - Sat, 12/09/2017 - 07:09

TechCrunch รายงานว่าแอปเปิลเตรียมเข้าซื้อกิจการ Shazam บริการค้นหาเพลงด้วยการป้อนข้อมูลเสียงเข้าไป ซึ่งคาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ ด้วยมูลค่าราว 401 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้ยังไม่สรุปชัดเจน

Shazam เคยเพิ่มทุนเมื่อปี 2015 ที่มูลค่ากิจการราว 1,020 ล้านดอลลาร์ ฉะนั้นหากดีลขายกิจการให้แอปเปิลนี้จริง เท่ากับมูลค่าของ Shazam จะลดลงมากกว่าครึ่ง

บริการค้นหาเพลงของ Shazam ถูกเชื่อมต่อเป็นส่วนหลักของ Siri นับตั้งแต่ iOS 8 ทำให้ทั้งสองบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้ว อีกทั้งทิศทางของ Shazam ก็กำลังมุ่งไปทางพัฒนา AR สำหรับการค้นหาเพลง ซึ่งตรงกับสิ่งที่แอปเปิลต้องการเช่นกัน

หากดีลนี้ประกาศเป็นทางการ จะเป็นการซื้อกิจการใหญ่ที่สุดของแอปเปิลนับตั้งแต่ดีล Beats ในปี 2014 และเห็นได้ว่าแอปเปิลยังต้องการเสริมทัพในกลุ่มธุรกิจ Apple Music อยู่นั่นเอง

ที่มา: TechCrunch

Topics: ShazamAcquisitionRumorsApple
Categories: Technology

Elon Musk เผย Tesla กำลังพัฒนาชิพ AI สำหรับใช้ในรถยนต์ตัวเอง

Blog None - Fri, 12/08/2017 - 23:11

การพัฒนาชิพสำหรับประมวลผล AI นั้นถือเป็นสิ่งที่หลายบริษัทในปัจจุบันเริ่มหันมาสนใจทำกัน เพื่อประสิทธิภาพในการประมวลผลงานเฉพาะของตัวเอง Tesla ก็ด้วยเช่นกัน โดยสำนักข่าวทั้ง The Register และ CNBC รายงานว่าซีอีโอ Elon Musk นั้นเตรียมการพูดคุยถึงการพัฒนาชิพ AI ใช้ในบริษัทเองในงาน NIPS ซึ่งเป็นงานสัมมนาด้าน machine learning

Musk กล่าวในงานไว้อย่างชัดเจนว่า “ผมต้องการพูดให้ชัดเจนว่า Tesla นั้นจริงจังกับ AI ทั้งฝั่งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เรากำลังพัฒนาชิพ AI แบบเฉพาะทาง”

การพัฒนาชิพเฉพาะทางของ Tesla นั้นถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบัน Tesla ใช้งานกราฟิกการ์ดของ Nvidia สำหรับการประมวลผลฟีเจอร์ขับรถอัตโนมัติ ซึ่งการพัฒนาฮาร์ดแวร์เองแล้วจะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือสามารถคำนวณได้ไวขึ้น และให้ความปลอดภัยบนท้องถนนที่มากขึ้นด้วย ซึ่งจะยิ่งทำให้อนาคตของรถยนต์ไร้คนขับเต็มตัวสามารถเป็นไปได้จริงมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน บริษัทหลายแห่งต่างก็ก้าวเข้าสู่สมรภูมิ AI โดยการพัฒนาชิพเฉพาะของตนเองเพื่อลดคอขวดในการประมวลผล อย่างเช่น Apple, Huawei ก็พัฒนาชิพสำหรับใช้ประมวลผลในสมาร์ทโฟน หรือ Google ก็พัฒนาชิพใช้บนคลาวด์ ไปจนถึงชิพด้าน vision ต่าง ๆ ที่ใช้ในโดรนและกล้อง

ที่มา - TechCrunch

ภาพโดย Tesla

Topics: Tesla MotorsElon MuskArtificial IntelligenceAutomobileSelf-Driving Car
Categories: Technology

Gartner ชี้ปี 2018 งบลงทุนด้าน Security อาจพุ่งสูงถึง 3 ล้านล้านบาท

TechTalkThai - Fri, 12/08/2017 - 21:12

Gartner, Inc บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกคำพยากรณ์แนวโน้มด้านความมั่นคงปลอดภัยในปี 2018 ชี้งบลงทุนอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง $96,300 ล้าน (ประมาณ 3 ล้านล้านบาท) มากกว่าปี 2017 ถึง 8% ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากกฎระเบียบที่ออกมาบังคับใช้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงแนวคิดการลงทุน รวมไปถึงความตระหนักด้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนไปของกลยุทธ์เชิงธุรกิจดิจิทัล

“โดยรวมแล้ว การลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยส่วนใหญ่จะถูกขับเคลื่อนด้วยปฏิกิริยาตอบรับขององค์กรต่อเหตุการณ์ Security Breach เนื่องจากการโจมตีไซเบอร์และเหตุการณ์ Data Breach ครั้งใหญ่ส่งผลกระทบต่อหลายองค์กรทั่วโลก การโจมตีไซเบอร์ เช่น WannaCry และ NotPetya และเหตุการณ์ Data Breach ของ Equifax มีผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัย เนื่องจากการโจมตีเหล่านี้จะคงอยู่ต่อไปถึงอีก 3 ปี” — Ruggero Contu ผู้อำนวยการแผนกวิจัยของ Gartner ระบุ

คำกล่าวนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริงจากผลสำรวจพฤติกรรมการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Gartner ในปี 2016 โดย 53% ขององค์กรที่สำรวจระบุว่า ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยเป็นแรงขับเคลื่อนอันดับ 1 สำหรับการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุ Security Breach

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ การทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัย, IT Outsourcing และ SIEM (Security Incident and Event Management) กลายเป็นองค์ประกอบด้านความมั่นคงปลอดภัยที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด ซึ่งผลดันให้มีการลงทุนใน Infrastructure Protection และ Security Services เพิ่มขึ้นตาม ดังแสดงในตารางด้านล่าง

นอกจากนี้ Gartner ยังคาดการณ์ประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้

  • กฎระเบียบข้อบังคับและความเป็นส่วนบุคคล เช่น HIPAA, NIST, GDPR และกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในจีน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
  • ในปี 2020 องค์กรมากกว่า 60% จะลงทุนด้านเครื่องมือรักษาความมั่นคงปลอดภัย เช่น DLP, Encryption, Data-centric Audit สูงกว่าปัจจุบันถึง 35%
  • การขาดแคลนทักษะ ความซับซ้อนเชิงเทคนิค และภัยคุกคามแบบใหม่จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการทำ Automation และ Outsourcing
  • ในปี 2019 งบลงทุนสำหรับการ Outsource จะมีมูลค่าสูงถึง 75% ของราคาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์รวมกัน เพิ่มจาก 63% ในปี 2016
  • ในอีก 5 ปีข้างหน้านี้งบลงทุนจะเปลี่ยนจากการป้องกัน ไปเป็นการตรวจจับและตอบสนองมากขึ้น
  • เทคโนโลยีประเภท Endpoint Detection and Response และ User Entity and Behavior Analytics จะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเดิมอย่าง Endpoint Protection Platform และ SIEM

ที่มา: http://www.informationsecuritybuzz.com/articles/gartner-forecasts-worldwide-security-spending-will-reach-96-billion-2018-8-per-cent-2017/

The post Gartner ชี้ปี 2018 งบลงทุนด้าน Security อาจพุ่งสูงถึง 3 ล้านล้านบาท appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

Pages