Technology

Intel เปิดตัว Data Center SSD รุ่นใหม่ P4510 ความจุสูงสุด 8TB

TechTalkThai - Mon, 02/19/2018 - 13:50

Intel ประกาศเปิดตัว P4510 Series SSD สำหรับใช้งานใน Data Center โดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Cloud inspired, Storage optimized” มีการปรับปรุงในเรื่องของประสิทธิภาพและการทำ QoS ที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ

Credit: Storagereview

 

Intel SSD DC P4510 ถือเป็น SSD รุ่นแรกของ Intel ที่มาพร้อมกับ 3D-NAND แบบ 64 เลเยอร์ เพิ่มความจุมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า สูงสุดถึง 8TB อีกทั้งยังปรับปรุงในเรื่องของประสิทธิภาพและ Latency ให้ดีมากขึ้น สามารถลด mixed workload latency ได้ถึง 2 เท่า และ 10 เท่า สำหรับ read workload เมื่อเทียบกับ P4500 Series รุ่นก่อนหน้านี้

รายละเอียดที่สำคัญของ Intel P4510 มีดังนี้
  • Form factor: ขนาด 2U, 15mm
  • Media: 3D-NAND แบบ 64 เลเยอร์, TLC
  • Capacity: 1TB 2TB, 4TB, 8TB
  • Interface: PCIe 3.1 x4, NVMe 1.2
  • Performance
    • 128k sequential read: up to 3.2GB/s
    • 128k sequential write: up to 3GB/s
    • Random 4K read: up to 637K IOPS
    • Random 4K write: up to 139K IOPS
  • Endurance: 1 DWPD
  • Warranty: 5 ปี

ด้วยความสามารถในการทำ Automated Background Task Management พร้อมกับการปรับปรุงสถาปัตยกรรม 3D-NAND และ Firmware เวอร์ชันใหม่ จึงทำให้ Intel SSD DC P4510 มี Latency ที่ดีกว่าเดิมถึง 10 เท่า อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสในการเกิด I/O stalls และช่วยลดระยะเวลาการชะงักของเซอร์วิสต่างๆ ได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับ Cloud workloads ที่เซอร์วิสต่างๆ ต้องสามารถให้บริการได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน นอกจากนี้ยังมีการใส่ AES-XTS 256-bits Engine เข้าไปในตัว สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

ที่มา: http://www.storagereview.com/intel_introduces_its_new_p4510_series_ssd

The post Intel เปิดตัว Data Center SSD รุ่นใหม่ P4510 ความจุสูงสุด 8TB appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

เทรนด์ใหม่ Ransomware เริ่มให้บริการแบบ as-a-Service ฟรีบน Dark Web

TechTalkThai - Mon, 02/19/2018 - 13:40

McAfee ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบบูรณาการ ออกมาแจ้งเตือน Ransomware-as-a-Service แบบใหม่ที่เปิดให้บริการฟรีบนตลาดมืดออนไลน์โดยที่ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ ชี้อาจเป็นแนวโน้วใหม่ที่ช่วยให้ตลาด Ransomware ขยายตัวมากยิ่งขึ้น

Ransomware ดังกล่าวปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2017 โดยมีนามสกุลไฟล์เป็น .shifr หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นนามสกุล .cypher ในปัจจุบัน ให้บริการในรูปของ Ransomware-as-a-Service กล่าวคือ แฮ็กเกอร์จะเป็นผู้พัฒนา Ransomware แล้วเปิดให้เหล่าอาชญากรไซเบอร์ที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคนำ Ransomware ดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ และนำค่าไถ่ที่ได้มาหารแบ่งกัน

โมเดลของ Ransomware-as-a-Service อย่างเช่น RaaSberry จะเป็นบริการในรูปของ Subscription รายเดือน ในขณะที่ Ransomware อื่นๆ ผู้ใช้จะต้องทำการลงทะเบียน ก่อนที่จะนำ Ransomware ไปปรับแต่งข้อความและจำนวนเงินที่เรียกค่าไถ่เพื่อนำไปแพร่กระจายต่อ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด McAfee พบว่ามี Ransomware-as-a-Service ที่เปิดให้บริการฟรีโดยที่ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆ อาชญากรไซเบอร์เพียงแค่ใส่ Bitcoin Wallet Address และจำนวนเงินที่ต้องการเรียกค่าไถ่ ก็สามารถสร้าง Ransomware เป็นของตนเองแล้วนำไปใช้ได้ทันที โดยที่แฮ็กเกอร์ผู้พัฒนาคิดส่วนแบ่งเพียงแค่ 10% จากค่าไถ่ที่ได้เท่านั้น

เมื่อ Ransomware ดังกล่าวถูกแพร่กระจายเข้าคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ มันจะเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ถ้าเหยื่อกำลังต่อเน็ตอยู่ Ransomware จะติดต่อไปยัง C&C Server เพื่อดาวน์โหลดกุญแจที่จะใช้เข้ารหัสข้อมูล หลังจากที่เข้ารหัสไฟล์บนเครื่องแล้ว จะต่อท้ายนามสกุลไฟล์ด้วย .cypher พร้อมแสดงข้อความเรียกค่าไถ่ดังรูปด้านล่าง

ที่น่าสนใจคือ Ransomware นี้จะรันบนคอมพิวเตอร์แบบ 64 bits เท่านั้น และถูกพัฒนาโดยภาษา Golang (Go Language จาก Google) ซึ่งไม่ได้ค้นพบบ่อยนักสำหรับมัลแวร์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ไฟล์มัลแวร์ยังมีขนาดใหญ่ถึง 5.5 MB คาดว่าทำให้การวิเคราะห์ทำได้ยาก และช่วยให้มัลแวร์สามารถลบเลี่ยงระบบป้องกันมัลแวร์บางประเภทได้

จากการที่ Ransomware-as-a-Service เปิดให้บริการฟรีโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใดๆ และมีขั้นตอนในการสร้างมัลแวร์ที่ง่าย ในขณะที่แฮ็กเกอร์นักพัฒนาหักค่าส่วนแบ่งต่ำ อาจเป็นตัวจุดกระแสให้อาชญากรไซเบอร์หันมาใช้บริการ Ransomware-as-a-Service มากขึ้นได้ในอนาคต ทังองค์กรและผู้ใช้ทั่วไปควรหามาตรการควบคุมเพื่อรับมือ Ransomware ให้ดี

รายละเอียดเชิงเทคนิค: https://securingtomorrow.mcafee.com/mcafee-labs/free-ransomware-available-dark-web/

The post เทรนด์ใหม่ Ransomware เริ่มให้บริการแบบ as-a-Service ฟรีบน Dark Web appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

​Azure เพิ่มความสามารถใช้ Site Recovery เพื่อตั้งค่า DR สำหรับ VM Managed Disk

TechTalkThai - Mon, 02/19/2018 - 13:11

Azure ได้เพิ่มขีดความสามารถให้ Site Recovery (ASR) ที่สามารถตั้งค่า DR สำหรับ VM ที่มีการใช้ Managed Disk ได้แล้ว (การจองดิสก์ไว้เป็นของตนถาวรเพื่อการรันตีประสิทธิภาพในการใช้งาน) 

Protecting via the virtual machine experience

เมื่อมีการใช้งาน VM กับ Managed Disk แล้วตัว ASR จะมีการสร้าง Managed Disk สำหรับ Replica ในภูมิภาคที่ต้องการ ซึ่งมองว่ามันเป็นคลังเก็บข้อมูลของสำรองดิสก์ต้นทางในภูมิภาคหลักก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงตัดการสร้างหลายบัญชีและความยุ่งยากของการบริหารจัดการเพื่อใช้งาน Storage บนหลายภูมิภาคแบบเก่าเพื่อการทำ DR ออกไป โดยตัวอย่างขั้นตอนการใช้งานของ ASR มีดังนี้

  • สามารถเปิดใช้งานการปกป้อง VM ได้ผ่านทาง VM Experience หรือ Recovery Service มีข้อต้องรู้เล็กน้อยคือหากใช้งานผ่านทาง VM Experience ต้องสร้าง Recovery Service Vault ใน Subscription ก่อนซึ่งเป็นความต้องการชั่วคราวในตอนนี้
  • สามารถเลือก Managed Disk ได้ 2 ประเภทคือ Standard หรือ Premium (พวก SSD Disk)
  • เมื่อเปิดการปกป้องแล้วจะมีการสร้าง Cache storage account สำหรับแต่ละบริการกู้คืนในภูมิภาคต้นทาง ซึ่งบัญชีนี้จะถูกนำมาใช้ใหม่กับ VMs ทุกตัวที่ได้รับการปกป้อง โดย Cache storage account จะใช้เก็บการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลใดๆ ที่เกิดขึ้นบนเครื่องชั่วคราวจนกระทั่งเริ่มการย้ายข้อมูลไปยังภูมิภาคปลายทาง ซึ่งผู้ใช้สามารถไปปรับแต่งค่าและระบุ Cache storage account ต่อ VM ได้เองด้วยเช่นกัน
Protecting via the recovery services vault experience

ผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Azure site recovery forum on MSDN

ที่มาและเครดิตรูปภาพ : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/asr-managed-disks-between-azure-regions/

The post ​Azure เพิ่มความสามารถใช้ Site Recovery เพื่อตั้งค่า DR สำหรับ VM Managed Disk appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

PepsiCo โยกงบภาษีนิติบุคคล เตรียมโปะลงทุน e-commerce เพิ่ม

Thumbs Up - Mon, 02/19/2018 - 12:53

เจ้าพ่อเครื่องดื่มน้ำดำ PepsiCo ประกาศโยกเงินที่ประหยัดได้จากภาษีนิติบุคคลอัตราใหม่ GOP ของสหรัฐฯ มาโปะเพื่อลงทุนในธุรกิจ e-commerce และงานดิจิทัลอื่นเพิ่มเติม ถือเป็นการอัดฉีดงบลงทุนดิจิทัลที่อาจเป็นการนำร่องให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเดินตาม

PepsiCo ประกาศเทเงินลงทุนมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐที่บริษัทสามารถประหยัดได้จากแผนการจัดเก็บภาษี GOP ใหม่ เพื่อเสริมความสามารถด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซใหม่ ให้บริษัทสามารถแข่งขันได้มากขึ้น โดยทั้งหมดนี้ PepsiCo ระบุในงานประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2017 ที่ผ่านมา

ในขณะที่ PepsiCo ไม่เปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัด รายงานของ Business Insider ระบุว่าธุรกิจ e-commerce คิดเป็นธุรกิจมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสำหรับ PepsiCo จุดนี้ถือว่าเป็นมิติใหม่ เมื่อคำนวณร่วมกับตัวเลข Impulse buys หรือการซื้อสินค้าแบบอัตโนมัติชนิดที่ไม่ต้องยั้งคิด ที่ครองส่วนแบ่ง 30% ของการซื้อเครื่องดื่มเฉลี่ยทั้งหมด ซึ่งเป็นสาเหตุให้นักวิเคราะห์แสดงความกังวลว่าบริษัทเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมอาจมองข้าม ไม่เตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตของ e-commerce เท่าที่ควร

สำหรับ PepsiCo เจ้าพ่อเครื่องดื่มน้ำดำและขนมขบเคี้ยว รายงานรายรับสุทธิในไตรมาส 4 ที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 1.95 หมื่นล้านเหรียญ จุดนี้ PepsiCo ระบุว่าได้วางแผนที่จะลงทุนเม็ดเงินที่ได้จากการประหยัดภาษีในการฝึกอบรมพนักงาน ขณะเดียวกันก็จะคืนกำไรในรูปผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นและโบนัสพนักงานจำนวน 100 ล้านเหรียญ

ข่าวนี้เกิดขึ้นในวันที่คู่แข่งของ PepsiCo อย่าง Coca-Cola นั้นลงทุนขยายธุรกิจ e-commerce แล้ว โดยพัฒนาระบบสั่งซื้อด้วยเสียง เพื่อให้บริษัทจัดส่งเครื่องดื่มถึงบ้านลูกค้าได้โดยตรง

ที่มา: MarketingDive

 Source: thumbsup

The post PepsiCo โยกงบภาษีนิติบุคคล เตรียมโปะลงทุน e-commerce เพิ่ม appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

Apple โชว์หนังสั้นไวรัลดังในจีน ถ่ายด้วย iPhone X

Thumbs Up - Mon, 02/19/2018 - 09:06

ตามไปดูความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Apple ที่สร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นด้วย iPhone X จนเป็นไวรัลดังในประเทศจีน อิทธิพลของช่วงหยุดยาว “ตรุษจีน” ทำให้หนังสั้นเรื่องนี้ได้รับความนิยม ถูกเปิดชมมากกว่า 68 ล้านครั้งในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ที่เริ่มออกอากาศ

สำนักข่าว Adweek รายงานว่าภาพยนตร์สั้นเพื่อโปรโมต iPhone X ในประเทศจีนนี้ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “3 Minutes” โดยใช้เวลาก่อนตรุษจีนเปิดตัว เพื่อเล่าเรื่องราวครอบครัวจีนปัจจุบันที่ต้องห่างไกลกันเพราะหน้าที่การงาน

เหตุผลที่ทำให้ภาพยนตร์นี้ถูกส่งต่อและเปิดชมมากกว่า 68 ล้านครั้งในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ที่ออกอากาศคืออารมณ์กินใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องของคุณแม่พนักงานการรถไฟคนหนึ่งที่ต้องดูแล 1 ในเส้นทางรถไฟสายยาวที่สุดในประเทศจีน ซึ่งโดยปกติแล้ว พนักงานรถไฟจะต้องทำงานในวันตรุษจีนและไม่สามารถใช้วันหยุดกับลูกชายได้

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ น้องสาวของพนักงานการรถไฟคนนี้ จัดการพาหลานชายไปรอที่สถานีรถไฟ เพื่อให้ 2 แม่ลูกได้มีเวลาพบหน้ากันเป็นเวลา 3 นาที แต่การเผชิญหน้าไม่เป็นไปตามที่คุณแม่จินตนาการ แถมในระหว่างที่เรื่องราวดำเนินไป นาฬิกาบนหน้าจอก็นับเวลาถอยหลังจนสร้างความรู้สึกเร่งด่วนขึ้นมาบีบหัวใจผู้ชม

“3 Minutes” เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของผู้กำกับ Peter Chan ที่ถ่ายทำด้วย iPhone แต่ก่อนหน้านี้เขาได้สร้างวิดีโอสอน “วิธีการถ่ายวิดีโอด้วย iPhone X” ซีรีส์วิดีโอ 5 ชิ้นในชุดนี้มีวิดีโอย่อยรวมกันกว่า 9 ล้านคลิป

ขอเชิญชมวิดีโอ “3 Minutes” ได้จากด้านล่าง

ที่มา: MarketingDive

 Source: thumbsup

The post Apple โชว์หนังสั้นไวรัลดังในจีน ถ่ายด้วย iPhone X appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

AMD ให้ยืมซีพียูฟรี หากเมนบอร์ดบูต Ryzen APU ใหม่ไม่ขึ้น

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 21:08

เอเอ็มดีเปิดตัว AMD Ryzen APU ชุดใหม่ที่เพิ่มส่วนกราฟิก Vega มาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลูกค้าสามารถใส่ซีพียูลงเมนบอร์ด AM4 ได้โดยไม่ต้องซื้อเมนบอร์ดใหม่ ปัญหาคือบอร์ดบางรุ่นต้องอัพเดตเฟิร์มแวร์ก่อนจึงจะบูตด้วย APU เหล่านี้ได้ ตอนนี้ทางเอเอ็มดีก็มีทางออกสำหรับคนที่ซื้อเครื่องใหม่แล้วไม่มีซีพียูมาบูตเพื่ออัพเดตไบออส คือ ให้ยืมซีพียูไปบูตเครื่องก่อนได้

เอเอ็มดีเรียกซีพียูที่ให้ยืมนี้ว่า "boot kit" เป็น A6-9500 โดยผู้ใช้ต้องลงทะเบียนทางหน้าประกันของเอเอ็มดี แล้วแจ้งว่าจำเป็นต้องใช้ boot kit จะได้รับข้อความยืนยันทางอีเมล

ตัวซีพียูต้องส่งคืนหลังใช้งานเสร็จ แต่ทางเอเอ็มดีส่งฮีตซิงก์มาด้วย และไม่ต้องส่งคืนไปพร้อมกันแต่อย่างใด การขอ boot kit นี้เป็นขั้นสุดท้าย ทางเอเอ็มดีระบุไว้ว่าขอความช่วยเหลือจากร้านค้าปลีกได้ก่อน และร้านจำนวนหนึ่งอาจจะไม่คิดค่าบริการแต่อย่างใด

ที่มา - ArsTechnica

Topics: AMDAPU
Categories: Technology

เกิดการปะทุบนดวงอาทิตย์ในทิศทางตรงกับโลกในรอบหลายปีที่ผ่านมา

Jimmy Blog - Sun, 02/18/2018 - 16:33


เกิดการลุกจ้า หรือ ที่เรียกว่าการปะทุ (Solar Flare) ในความรุนแรงระดับ C1 จากบริเวณจุดดับหมายเลข 2699 บนดวงอาทิตย์ในทิศทางที่หันตรงมายังโลกของเรา (ดวงอาทิตย์หมุนรอบตัวเองในความเร็ว 1.997 กม.ต่อวินาที จึงมีบางครั้งที่จุดดับหันตรงมายังโลกและจากนั้นไม่นานก็หันออกไป) เมื่อเวลา 08:35 ของวันที่ 12 ก.พ.61 ที่ผ่านมาตามเวลาไทย

การปะทุรอบนี้ก่อให้เกิดการปลดปล่อย CME หรือ มวลพลาสมาจากบรรยากาศชั้นโคโรนาของดวงอาทิตย์  (Coronal Mass Ejection) ในทิศทางตรงมาทางโลกของเรา บันทึกภาพได้ด้วยกล้อง LASCO ของยาน SOHO คาดว่า CME ที่เกิดในครั้งนี้จะเดินทางมาถึงโกลเราด้วยความเร็วปกติ ซึ่งจะมาถึงในวันที 14-15 ก.พ.61

สนามแม่เหล็กโลกเราจะทำหน้าที่ป้องกันผลของ CME นี้ อย่างไรก็ตาม การปะทะของ CME เข้ากับสนามแม่เหล็กโลกก็จะทำให้สนามแม่เหล็กสั่นสะเทือน เราเรียกการสั่นสะเทือนนี้ว่าการเกิดพายุแม่เหล็กโลก หรือ Geomagnetic storm เป็นผลให้สนามแม่เหล็กโลกด้านกลางคืนยืดยาวออกไป เส้นแรงแม่เหล็กขนาดจากกันจากนั้นก็เข้ารวมกันใหม่เรียกว่าเกิดการ Reconnection

การ  Reconnection จะทำให้เกิดกระแสอนุภาคไหลเข้าสู่โลกเราทางด้านขั้วเหนือและขั้วใต้ กระแสอนุภาคนี้ไม่มีอันตราย เพียงก่อให้เกิดปฏิกิริยากับอะตอมของอากาศ กลายเป็นแสงสว่างเรืองสวยงาม เรียกว่า แสงออโรรา

แสงออโรราที่เกิดในซีกโลกเหนือ เรียกว่า “แสงเหนือ” เกิดในซีกโลกใต้ เรียกว่า “แสงใต้”

ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีช่างภาพจำนวนมากจับภาพการเกิดแสงออโรราได้ รวมทั้ง Chad Blakley จาก Abisko, Sweden ที่ใช้กล้อง  automated webcam จับภาพการเกิดแสงออโรราเหนือน่านฟ้า Lapland ของประเทศฟินแลนด์ได้ และนำมาให้ชม (เครดิตเจ้าของภาพ)

เรียบเรียงโดย @MrVop

Categories: Technology

VS Code ออกเวอร์ชัน 1.20 เลือกและจัดการไฟล์ในแถบ Explorer ได้ทีละหลายไฟล์, รองรับ Git submodule

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 15:40

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตให้ Visual Studio Code ตัวแก้ไขโค้ดฉบับโอเพนซอร์สครั้งใหญ่ขยับเลขรุ่นเป็น 1.20

ของใหม่ที่น่าสนใจที่เพิ่มเข้าในอัพเดตนี้อย่างแรกคือ การปรับปรุงแถบ Explorer ให้สามารถเลือกไฟล์ได้ทีละหลายไฟล์ ด้วยการใช้คีย์ Ctrl/Cmd หรือ Shift + การคลิกเมาส์ ช่วยให้สามารถลบ/ลากเพื่อย้ายโฟลเดอร์ทีละหลายไฟล์ หรือจะลากเพื่อนำไฟล์ทั้งชุดไปเปิดบนแถบ editor ใหม่ก็ทำได้

และหากเลือกไฟล์ขึ้นมาเพียงสองไฟล์ก็จะสามารถใช้คำสั่ง Compare Selected บนเมนูคลิกขวาเพื่อช่วยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองไฟล์ที่เลือกได้อย่างรวดเร็ว

และสำหรับนักพัฒนาที่เลือกใช้ Git เป็น Source Control อัพเดตนี้ได้เพิ่มการรองรับ Git submodule หรือการใช้ Git repositories ย่อยซึ่งอยู่ภายใต้ repository หลักอีกที โดย VS Code เวอร์ชันนี้จะเริ่มรองรับการใช้คำสั่งพื้นฐานเช่น stage, unstage หรือ discard change กับตัว submodule เมื่อทำงานอยู่บน repository หลัก

ส่วนการปรับปรุงอื่นๆ ที่ไมโครซอฟท์ยกให้เป็นไฮไลท์ของการอัพเดตครั้งนี้มีดังนี้ (หรือเข้าไปชมวิดีโอไฮไลท์ได้ที่นี่ครับ)

  • ปรับปรุงการค้นหาในหน้า Settings ให้สามารถค้นหาการตั้งค่าต่างๆ ด้วยภาษาธรรมชาติ ต่างจากเดิมที่กรองผลการค้นหามาให้เฉพาะคำที่ตรงกันเท่านั้น
  • ช่วยแสดงผลไฟล์ที่พบ error หรือ warning ในแถบ Explorer ด้วยสี
  • ปรับปรุงให้สามารถบันทึกไฟล์ที่ต้องใช้สิทธิแอดมินโดยจะแสดงตัวเลือก Retry as Admin... ให้อัตโนมัติ, แก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่สามารถบันทึกไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 256 MB ได้
  • เปิดให้ผู้ใช้สร้าง Global snippets ช่วยให้สามารถกำหนด code snippet ที่สามารถใช้งานกับไฟล์โค้ดที่เขียนขึ้นมาคนละภาษาได้ (ตัวอย่างเช่น snippet ที่ช่วยเติมข้อความสงวนลิขสิทธิ์แปะไว้บนเฮดเดอร์ของไฟล์ JavaScript หรือ TypeScript)
  • ปรับปรุงตัวพรีวิวรูปภาพให้สามารถซูมเข้าหรือซูมออกได้
  • ปรับปรุง Terminal ให้รองรับโปรแกรม screen reader เพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาการมองเห็น ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าด้าน accessibility เพิ่มเติมได้ด้วยการกดคีย์ลัด Alt + F1
  • ปรับปรุงการดีบักสำหรับ Multi-root workspaces โดยเปิดให้สามารถรวบรวมการตั้งค่าการดีบักสำหรับโปรเจ็กต์แต่ละโฟลเดอร์ไว้ภายใน workspace ที่กำลังทำงานอยู่ที่เดียว (ตัวอย่างเช่นการตั้งค่าเพื่อสั่ง launch โปรเจ็กต์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์และฝั่งไคลเอนต์ในคราวเดียวกัน)
  • ปรับปรุง Quick Fix ให้ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดแบบเดียวกันที่พบ ณ ตำแหน่งอื่นภายในโค้ด JavaScript และ TypeScript ด้วยการคลิกที่หลอดไฟหน้าโค้ดจากนั้นเลือก Fix all in file
  • เพิ่มเอกสารแนะนำการ deploy Node.js ด้วย Docker และการ deploy ขึ้น Azure App Service

การปรับปรุงข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการอัพเดตครั้งนี้เท่านั้น รายละเอียดทั้งหมดสามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ลิงก์ที่มาท้ายข่าวครับ

ที่มา - Visual Studio Code

Topics: Visual StudioDevelopmentMicrosoft
Categories: Technology

วงการ ICO จีนเติบโตครบวงจร รับจ้างเขียน Whitepaper, รับจ้างปลอมประวัติทีมงาน, บริการจัดระดมทุน

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 14:36

การระดมทุน ICO ได้รับเงินจำนวนมากไปหลายรายการในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา ปรากฎว่าในจีนเองก็มีการระดมทุนอยู่มากเช่นกัน แม้ธนาคารกลางจีนจะสั่งห้ามแต่ก็มีความพยายามใช้ระดมทุนผ่านช่องทางอ้อมๆ อย่างต่อเนื่อง วงการนี้ยังคงเติบโตถึงขั้นมีบริการครบวงจรสำหรับผู้ที่ต้องการจัดระดมทุน

บริการจัดระดมทุน ICO โผล่ขึ้นบน Taobao นับสิบรายการ เช่น ราคาค่าเขียน Whitepaper อยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท เมื่อผู้สื่อข่าว Beijing News เข้าไปสอบถามรายละเอียดกับผู้ให้บริการายหนึ่ง ก็ได้คำชี้แจงว่ามีบริการปลอมประวัติทีมงานให้ด้วย โดยทีมงานจะหารูปที่ไม่สามารถค้นเจอผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และปลอมประวัติว่าเคยจบมหาวิทยาลัยดัง หรือเคยทำงานบริษัทดังมาก่อน

ผู้ให้บริการบางรายรับพัฒนา smart contract เพื่อจัดระดมทุนบน Ethereum ให้ด้วย นับว่าจบในที่เดียว โดยบริการเหล่านี้หลบเลี่ยงการบล็อคของรัฐบาลทด้วยการจดทะเบียนนอกจีน

ที่มา - Coindesk

Topics: Initial Coin OfferingChina
Categories: Technology

กลับสู่พื้นฐาน - Facebook จะใช้ไปรษณียบัตรยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาทางหาเสียง เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในอเมริกาจริงๆ

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 14:33

Facebook ยังคงเดินหน้าปรับปรุงระบบโฆษณา หลังจากมีประเด็นบัญชีปลอมทำการซื้อโฆษณาหาเสียงในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยแนวทางล่าสุดนั้นเป็นการกลับไปสู่พื้นฐาน โดยผู้ซื้อโฆษณาที่เป็นการหาเสียงแบบระบุชื่อบุคคล จะต้องทำการยืนยันตัวตนว่าอยู่ในสหรัฐจริง

วิธีการยืนยันก็คือ Facebook จะจัดส่งไปรษณียบัตรซึ่งมีรหัสยืนยันตัวตนระบุอยู่ ผู้ซื้อโฆษณาต้องกรอกรหัสนี้และยืนยันกลับมาจึงจะสามารถเปิดใช้โฆษณาได้ ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวจะมีผลเฉพาะโฆษณาที่ระบุชื่อผู้สมัครหาเสียงเท่านั้น ไม่มีผลกับโฆษณาที่พูดถึงวาระทางการเมืองทั่วไป

Katie Harbath หัวหน้าฝ่าย Policy ของ Facebook บอกว่าวิธีการนี้คงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยป้องกันบัญชีปลอมนอกสหรัฐได้ในระดับหนึ่ง

Facebook บอกว่าระบบดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ภายในปีนี้ และจะมีผลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในช่วงปลายปี

ที่มา: Reuters

Topics: FacebookAdvertisingUSA
Categories: Technology

จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดแล้ว “AIS IMAX VR” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Thumbs Up - Sun, 02/18/2018 - 14:00

เอไอเอสและ IMAX จับมือกันร่วมสร้างประสบการณ์ VR ให้เกิดขึ้นจริงแล้วในประเทศไทย โดยเปิดตัวภายใต้ชื่อ AIS IMAX VR ในธุรกิจโรงภาพยนตร์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องสวนกระแสกับหลาย ๆ ธุรกิจที่เริ่มชะลอตัว โดยพิจารณาได้จากตัวเลขรายได้จากอุตสาหกรรมโฆษณาที่ทุ่มลงไปในตลาดนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก…..เป็น……

โดยการจับมือดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างบริษัท กรุงเทพ ไอแมกซ์ เธียเตอร์จำกัด ร่วมทุนกับ ไอแมกซ์ คอร์ปอเรชั่น ในสัดส่วน 50 : 50 ซึ่งจะมีการนำเทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual Reality (VR) มาต่อยอดธุรกิจโรงภาพยนตร์ ภายใต้ชื่อ IMAX VR แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 7 ของโลก หลังเปิดให้บริการมาแล้วใน 6 แห่ง คือ ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา 2 แห่ง, โตรอนโต ประเทศแคนาดา, อังกฤษ และเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยมีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ให้ ภายใต้ชื่อ “AIS IMAX VR” พร้อมเปิดให้บริการที่ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สำหรับลูกค้ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีความแปลกใหม่ อาทิ กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น, First Jobber, นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงเหล่าเกมส์เมอร์ที่ถือเป็นตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตและค่อนข้างน่าสนใจในตอนนี้ 

สำหรับอุปกรณ์นั้น เป็นแว่น VR จาก StarVR, HTC, Oculus ที่มาพร้อมเทคโนโลยีจับการเคลื่อนไหวบนตัวผู้เล่น ผู้เล่นจะถูกส่งเข้าสู่โลกเสมือนจริง ที่สมจริงมากกว่าที่จะสามารถจินตนาการได้ ประกอบด้วย ห้อง 8 ห้อง ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมส์ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง และสามารถปรับให้เข้ากับประสบการณ์ของแต่ละเนื้อหา VR ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นเดี่ยว หรือผู้เล่นแบบทีม ส่วนห้องที่ 3 GloStation เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มีความสมจริงเหนือกว่าห้องอื่น ๆ และผู้เล่นยังเข้าเล่นได้ถึง 4 คน เพื่อรวมตัวเป็นทีม และต่อสู้ด้วยระบบที่สามารถขยับร่างกายได้อย่างอิสระ สามารถเดินไปมาได้ในพื้นที่ที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ เอไอเอส ยังได้ร่วมกับโรงภาพยนตร์ IMAX สนับสนุนและเฟ้นหาสตาร์ทอัพกลุ่มผู้ผลิต VR Content ในประเทศไทย โดยสามารถส่งผลงานคอนเทนต์ทั้งในรูปแบบ VR Gaming หรือ VR Experience เพื่อเข้าร่วมพิจารณาใน AIS The StartUp Monthly Pitching เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้กลุ่มสตาร์ทอัพที่มีความสามารถในประเทศไทยได้พัฒนาและอัพเดทความรู้ใหม่ๆ ซึ่งหากคอนเทนต์สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทาง IMAX VR ก็มีสิทธิ์รับทุนเพื่อนำคอนเทนต์ไปให้แฟนๆ ทั่วโลกได้สัมผัส ตลอดจนก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ระดับมืออาชีพในอนาคตได้อีกด้วย โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/thestartup

 Source: thumbsup

The post จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดแล้ว “AIS IMAX VR” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

Cisco เปิดตัวโซลูชัน Cloud-Based Endpoint Security สำหรับ Managed Security Service Provider โดยเฉพาะ

TechTalkThai - Sun, 02/18/2018 - 11:28

 

Credit: Cisco

Cisco เปิดตัวโซลูชัน Cloud-Based Endpoint Security สำหรับ Managed Security Service Provider (MSSP) โดยเฉพาะ ช่วยให้ Partner ที่เป็น MSSP สามารถนำโซลูชันนี้ไปเสนอลูกค้าต่อได้ โดย MSSP นั้นเป็น Partner อีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด ซึ่งจากผลการสำรวจเผยว่า กว่า 50% ขององค์กรในสหรัฐอเมริกาเน้น Outsource Service ทางด้าน IT Security ให้กับทาง MSSP และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ซึ่ง Cloud-Based Endpoint Security ของ Cisco นั้นถูกออกแบบมาสำหรับ MSSP โดยเฉพาะ เป็นการผสานเอา 3 โซลูชันเด่นของ Cisco มาทำงานร่วมกัน ได้แก่ Cisco AMP, Cisco Umbrella และ Meraki Systems Manager ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริการมีโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์การรักษาความปลอดภัยของ Endpoint ให้กับลูกค้าของตนเองได้ และเป็นตัวช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างผู้ให้บริการรายอื่นๆ โดยจุดเด่นของ Cloud-Based Endpoint Security Solution for MSSP มีดังนี้

  • เป็นลักษณะ Cloud-Based ไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมใน Data Center ของลูกค้า
  • ให้บริการได้ในลักษณะ Multitenancy สามารถบริหารจัดการลูกค้าหลายรายแบบแยกกันได้
  • ดึงเอาโซลูชันระบบรักษาความปลอดภัย 3 ตัวมาทำงานร่วมกัน
    • Cisco AMP for Endpoints: ช่วยอุดช่องโหว่และป้องกัน Malware ที่ฝั่ง Endpoint โดยจะมีการตรวจสอบการใช้งานไฟล์ในเครื่องอยู่เสมอ
    • Cisco Umbrella: ช่วยปกป้อง Endpoint จากการเรียกใช้งานเว็บไซท์ที่ไม่ปลอดภัย พร้อมช่วยให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นการใช้งานเครือข่ายของอุปกรณ์ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง
    • Meraki Systems Manager: ช่วยเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการและป้องกันความปลอดภัยบนอุปกรณ์ Mobile ขององค์กรได้ ทั้งบน PC, Mac, Android และ iOS
  • มีระบบ Centralized Reporting รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบแบบ Automated
  • มีระบบ API Integration ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.cisco.com/c/en/us/solutions/service-provider/service-provider-security-solutions/mssp.html

ที่มา: https://newsroom.cisco.com/press-release-content?type=webcontent&articleId=1910803

The post Cisco เปิดตัวโซลูชัน Cloud-Based Endpoint Security สำหรับ Managed Security Service Provider โดยเฉพาะ appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

กองทัพอากาศสหรัฐจ่ายเงินรางวัลไปกว่า 1 แสนดอลลาร์ จากงานอีเวนท์ค้นหาช่องโหว่

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 11:25

กองทัพอากาศสหรัฐร่วมกับ HackerOne ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหาบั๊คจัดงาน Hack the Air Force 2.0 เป็นเวลา 20 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์เจาะระบบของกองทัพอากาศและค้นหาช่องโหว่ต่างๆ โดยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันแรกของงาน กองทัพอากาศได้จัดเป็นอีเวนท์ให้แฮกเกอร์ได้แฮกกันสดๆ ในงานเป็นครั้งแรกด้วย

กองทัพอากาศสหรัฐเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการค้นพบช่องโหว่ไปแล้วทั้งหมด 106 ช่องโหว่และกองทัพอากาศจ่ายเงินรางวัลไปแล้วกว่า 103,883 ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันที่ 9 ที่เป็นการจัดงานสด มีการพบช่องโหว่มากถึง 55 ช่องโหว่และแฮกเกอร์ที่พบช่องโหว่ที่ร้ายแรงที่สุด ได้เงินรางวัลไปถึง 12,500 ดอลลาร์

ด้าน HackerOne ระบุว่าที่ผ่านมาการแฮกเพื่อหาช่องโหว่มักทำแบบรีโมทมาโดยตลอด และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการจัดงานแฮกให้ดูกันสดๆ ด้วย ขณะที่ HackerOne ร่วมงานกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐมาตั้งแต่ปี 2016 และจัดงาน Hack the Air Force ครั้งแรกในปีที่แล้ว โดยมีการจ่ายเงินรางวัลไป 133,400 ดอลลาร์

ที่มา - eWeek

Topics: HackerOneHackingUSA
Categories: Technology

ธนาคารกลางสิงคโปร์ออก Guildeline แนวทางการปกป้องผู้บริโภคจากการใช้งาน E-Payment ในประเทศ

TechTalkThai - Sun, 02/18/2018 - 10:33

ธนาคารกลางสิงคโปร์ออก Guildeline แนวทางการปกป้องผู้บริโภคจากการใช้งาน E-Payment เตรียมผลักดันการใช้งาน E-Payment ในประเทศให้มากขึ้น

Credit: ShutterStock.com

ธนาคารกลางสิงคโปร์ The Monetary Authority of Singapore (MAS) ออก Guideline แนวทางการปกป้องผู้บริโภคจากการใช้งานระบบ E-Payment ในประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่จะบังคับใช้งานกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยใน Guildeline ฉบับนี้จะเน้นย้ำให้สถาบันการเงินต่างๆจะต้องมีการประกาศขั้นตอนการรับผิดชอบที่ชัดเจนหากเกิดปัญหาการจ่ายเงินที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการแจ้งเตือนผู้ใช้งานทุกครั้งหากมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้บริโภคปฏิบัติตามแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับบัญชี E-Payment ของตนเอง เช่น การตั้งรหัสผ่านให้แข็งแรง และใช้งานจากอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยเท่านั้น

Guideline ฉบับนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Consultation) จากประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะสิ้นสุดกระบวนการนี้ในวันที่ 16 มีนาคม 2018 ซึ่งการผลักดัน Guildeline ฉบับนี้เนื่องจากที่ผ่านมาสิงคโปร์ยังคงตามหลังจีนในเรื่องการใช้งาน E-Payment ในประเทศอยู่มาก โดย 6 ใน 10 ของการทำธุรกรรมในสิงคโปร์ยังคงเป็นการใช้เงินสดหรือเช็คเท่านั้น

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: http://www.mas.gov.sg/News-and-Publications/Consultation-Paper/2018/Consultation-Paper-on-Proposed-Epayments-User-Protection-Guidelines.aspx

ที่มา: http://www.zdnet.com/article/singapore-proposes-e-payment-guidelines-to-protect-consumers/

The post ธนาคารกลางสิงคโปร์ออก Guildeline แนวทางการปกป้องผู้บริโภคจากการใช้งาน E-Payment ในประเทศ appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

New York Times ตั้งทีมพัฒนาเครื่องมือ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อแบรนด์ผู้ลงโฆษณา

Thumbs Up - Sun, 02/18/2018 - 09:26

กลุ่มธุรกิจโซลูชันโฆษณาและการตลาดของ New York Times ประกาศเปิดตัว NytDEMO ทีมงานที่จะเน้นสร้างข้อมูลและโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับเหล่าแบรนด์ ก้าวใหม่นี้อาจจะทำให้ผู้เล่นรายอื่นในวงการสื่อเดินตามบ้างในยุคดิจิทัล

ในจดหมายประชาสัมพันธ์ NytDEMO นั้นย่อมาจาก data, engineering, measurement และ optimization ซึ่งหมายถึงข้อมูล งานวิศวกรรม การวัดผล และการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยแผนกงานนี้จะรวมงานข้อมูลของ Times งานผลิตภัณฑ์และการออกแบบ งานเทคโนโลยี และกลุ่มงานโฆษณาเข้าด้วยกัน คาดว่าจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์และเครื่องมือใหม่ได้เพิ่มเติมในปีนี้

สำหรับนาทีนี้ NytDEMO เปิดตัวบริการโฆษณาใหม่ชื่อ “perspective targeting” ซึ่งเน้นการกำหนดเป้าหมายตามชื่อ จุดประสงค์หลักคือการช่วยให้นักการตลาดสามารถกำหนดเป้าหมายโฆษณาของตนกับเนื้อหาที่คาดการณ์ว่าจะกระตุ้นอารมณ์ และดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านได้

ระบบหลักที่วิเคราะห์ข้อมูลในบริการนี้คือ Project Feels ระบบทำนายเทคโนโลยี machine learning ที่อิงจากข้อมูล BigData เพื่อวิเคราะห์ว่าอารมณ์และความผูกพันของกลุ่มเป้าหมายจะเชื่อมโยงกันอย่างไร จุดนี้รายงานระบุว่านักวิจัยจะวัดผลการตอบสนองทางอารมณ์ของผู้อ่านต่อบทความ Times แล้วจึงระบุ “ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย” ระหว่างเนื้อหา คำหลัก และอารมณ์

ทั้งหมดนี้ถือเป็นรูปแบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เพื่อทำนายการตอบสนองทางอารมณ์ต่อเนื้อหาทุกประเภทที่ถูกเผยแพร่

ยังมี Readerscope เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเทคโนโลยี AI ที่สามารถสรุปสิ่งที่ผู้อ่าน Times กำลังอ่าน เพื่อระบุหัวข้อที่คนกลุ่มนี้กำลังสนใจ ว่าเป็นสินค้าใด (what) และสินค้านี้หาได้จากที่ไหน (where)

Readerscope ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ NytDEMO ที่จะเปิดตัวเร็ววันนี้ บนจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถพัฒนาไอเดียหรือสร้างสรรค์แคมเปญได้ดี โดยแบรนด์สามารถหาผู้ชมที่เหมาะสมกับสารของแบรนด์ ด้วยการค้นหาหัวข้อที่เฉพาะเจาะจง เช่นการท่องเที่ยว หรือสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะถูกวิเคราะห์ได้โดยใช้อัลกอริทึมที่รวบรวมข้อมูลจากคลังข้อมูลเก่าของ Times

ที่มา: MarketingDive

 Source: thumbsup

The post New York Times ตั้งทีมพัฒนาเครื่องมือ AI วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อแบรนด์ผู้ลงโฆษณา appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

Telegram ระดมทุนขายเหรียญนำเงินไปพัฒนาบล็อกเชน ตั้งเป้า 1,200 ล้านดอลลาร์ พรีเซลได้แล้วเกินครึ่ง

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 08:27

Telegram ผู้ให้บริการแชทเตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มบล็อกเชนและสกุลเงินคริปโตของตัวเองในชื่อ Gram เพื่อเอาไว้ใช้กับระบบจ่ายเงินบนแพลตฟอร์ม รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ บางอย่างในอนาคต

เพื่อการหาเงินมาทำแพลตฟอร์มนี้ Telegram ก็จะระดมทุนโดยการขายเหรียญครั้งแรกหรือ ICO ตั้งเป้าไว้ที่ 1,200 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดของประวัติการ ICO ซึ่งจะมีการพรีเซลให้กับ VC หรือนักลงทุนรายใหญ่บางรายก่อน โดยตั้งเป้าหมายการขายเหรียญในช่วงพรีเซลไว้ที่ 600 ล้านดอลลาร์ และการขายเหรียญต่อสาธารณะจะเริ่มต้นในเดือนมีนาคม

การระดมทุนครั้งนี้ Telegram เผยว่ามีโครงการที่ทำมากกว่าเป็นการหาเงินให้บริการแชท เช่น

  • ระบบเก็บไฟล์แบบกระจายตัวเหมือน Dropcoin
  • บริการพร็อกซี่สำหรับการสร้างบริการ VPN แบบไร้ศูนย์กลาง และสภาพแวดล้อมการใช้งานเครือข่ายแบบปลอดภัยลักษณะคล้าย TOR บนบล็อกเชน
  • บริการสำหรับแอพไร้ศูนย์กลาง, smart contracts และการท่องเว็บแบบไร้ศูนย์กลาง
  • ระบบจ่ายเงินสำหรับการจ่ายเงินจำนวนไม่มาก และธุรกรรมทางการเงินระหว่างบุคคล

ระบบบล็อกเชนของ Telegram นี้จะใช้ชื่อว่า Telegram Open Network (TON) ซึ่งจะเป็นระบบเบื้องหลังของการทำงานฟีเจอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ และ Telegram ก็จะเปิดให้เแอพโซเชียบเน็ตเวิร์คหรือแอพส่งข้อความอื่น ๆ เข้ามาร่วมใช้ได้ด้วยเช่นกัน นักพัฒนาคนอื่นสามารถพัฒนาแอพบน TON ได้ โดยตั้งเป้าจะเป็นเกตเวย์ของโครงการที่พัฒนาบนบล็อกเชน

Telegram จะสร้าง Gram ขึ้นมาทั้งหมด 5 พันล้านโทเคน โดยวางแผนจะใช้งานตามนี้

  • 10% จะเก็บเป็นเงินเพื่อเอาไว้กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม
  • 4% เป็นค่าตอบแทนทีมนักพัฒนา
  • 42% เก็บไว้เป็น TON Reserve ในช่วงต้นของโครงการเพื่อปกป้องความไม่แน่นอนจากการเทรดสกุลเงินใหม่นี้ และเพื่อคงความยืดหยุ่นในช่วงเริ่มโครงการ
  • 44% จะสามารถเทรดได้

Pavel Durov ซีอีโอ Telegram ในงาน TechCrunch Disrupt Europe Berlin 2013 ภาพจาก Wikimedia (CC BY 2.0)

การพรีเซลนี้ Telegram กำหนดว่านักลงทุนรายใหญ่จะต้องมีเงินอย่างน้อย 20 ล้านดอลลาร์ในการลงทุน โดยการขายสู่รายย่อยจะอยู่ที่โทเคนละ 0.97 ดอลลาร์ แต่สำหรับนักลงทุนรายใหญ่มีรายงานว่าบางรายซื้อเพียง 0.31 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งก็จะมีเงื่อนไขว่า Telegram จะล็อกไม่ให้ขายโทเคนเป็นเวลาตั้งแต่ 3-18 เดือน (ขึ้นกับว่าลดให้เยอะแค่ไหน และอาจจะล็อกเพียงบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้)

Telegram วางแผนการปล่อยผลิตภัณฑ์จากการระดมทุนไว้ดังนี้

  • Q1 2018: เปิดให้ใช้งาน secure ID
  • Q2 2018: ทดสอบ MVP ของ TON
  • Q3 2018: ทดสอบและตรวจสอบความปลอดภัยของ TON
  • Q4 2018: เริ่มดีพลอย TON เวอร์ชันที่เสถียร, เปิดให้ใช้งาน Telegram wallet
  • Q1 2019: เริ่มเปิดให้ใช้ระบบ economy ของ TON ใน Telegram
  • Q2 2019: บริการ TON, บริการเก็บข้อมูล และพร็อกซี่เปิดให้บริการ

Bloomberg รายงานว่า Telegram ได้เปลี่ยนเป้าหมายภายหลังเนื่องจากมีความสนใจซื้อโทเคนจำนวนมาก โดยคาดว่าการพรีเซลจะขายได้ 850 ล้านดอลลาร์ ส่วนการขายให้รายย่อยเพิ่มเป็น 1,150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้การระดมทุนครั้งนี้มียอดเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ และตอนนี้การพรีเซลก็เสร็จสิ้นแล้ว Telegram สามารถระดมเงินได้ 850 ดอลลาร์ตามเป้า ส่วนการขายให้รายย่อยจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ก็จะต้องรอดูกันต่อไปว่า Telegram จะสามารถระดมทุนได้ตามเป้าหรือไม่

ที่มา - Bloomberg, SEC, TechCrunch ((1), (2), (3))

Topics: TelegramInitial Coin OfferingBlockchainCryptocurrency
Categories: Technology

ใกล้ความจริง Waymo ได้ใบอนุญาตให้บริการ "เรียกรถ" เชิงพาณิชย์ในรัฐแอริโซนา

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 07:45

ใกล้ความจริงเข้ามาเรื่อยๆ กับการเปิดบริการเรียกรถยนต์ไร้คนขับของ Waymo ที่ประกาศไว้ว่า "ภายในปีนี้"

ล่าสุด Waymo ได้รับใบอนุญาตจากรัฐแอริโซนาให้ดำเนินธุรกิจ "เครือข่ายขนส่ง" (transportation network company) แล้ว นั่นแปลว่า Waymo สามารถทำธุรกิจบริการรถยนต์แบบเดียวกับ Uber ได้ เพียงแต่รถยนต์ของ Waymo จะไม่มีคนขับเลย

Waymo ทดสอบบริการของตัวเองในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนามาได้สักระยะแล้ว แต่เป็นบริการฟรีไม่คิดเงิน การได้รับใบอนุญาตจะทำให้ Waymo สามารถให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ เก็บเงินลูกค้าได้ และก่อนหน้านี้ Waymo เพิ่งสั่งซื้อรถมินิแวน Chrysler Pacificas จำนวนเป็นพันคันเพื่อเตรียมเปิดบริการจริง

ที่มา - Quartz

Topics: WaymoSelf-Driving CarTransportation
Categories: Technology

กูเกิลเผย เว็บไซต์ที่ถูก Chrome บล็อคโฆษณา มีเพียงแค่ 1% ของเว็บไซต์ยอดนิยม

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 07:36

หลัง Chrome เริ่มเปิดใช้งานตัวบล็อคโฆษณา เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยรูปแบบการบล็อคโฆษณาคือ "บล็อคทั้งไซต์" ที่ถูกกูเกิล blacklist เอาไว้เท่านั้น (ผู้ใช้ไม่มีสิทธิเลือกบล็อคเอง)

โฆษกของกูเกิลให้ข้อมูลกับ Wired ว่า เว็บไซต์ที่ถูกบล็อคมีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น โดยจาก 100,000 เว็บไซต์ยอดนิยมสูงสุดในอเมริกาเหนือและยุโรป มีเพียง 1% ที่เข้าข่ายถูกบล็อคโฆษณา

อย่างไรก็ตาม กูเกิลเปิดเผยว่าก่อนวันดีเดย์ 15 กุมภาพันธ์ กูเกิลได้แจ้งเตือนเว็บไซต์ที่เข้าข่ายถูก blacklist ล่วงหน้าแล้ว และมีเว็บไซต์ 42% ที่ปรับแก้จนผ่านเกณฑ์ของกูเกิล ทำให้รอดจากการถูก blacklist มาได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเว็บไซต์ข่าวชื่อดังอย่าง Forbes, LA Times, Chicago Tribune ด้วย

กูเกิลเคยประกาศเอาไว้ว่า เป้าหมายของระบบบล็อคโฆษณาของ Chrome คือกระตุ้นให้เว็บไซต์ลดจำนวนโฆษณาลงให้อยู่ในระดับที่ไม่สร้างความรำคาญแก่ผู้ใช้ ไม่ใช่การบล็อคโฆษณาทั้งหมดไม่ให้ถูกแสดงเลย

ที่มา - Wired

Topics: ChromeAd BlockingGoogleBrowser
Categories: Technology

อินเทลขยายโครงการรายงานช่องโหว่ได้รางวัล ช่องโหว่แบบเดียวกับ Meltdown/Spectre รางวัลสูงสุด 250,000 ดอลลาร์

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 03:11

ช่องโหว่ Meltdown/Spectre ถูกพบมาตั้งแต่กลางปี 2017 และกลายเป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้เป็นวงกว้าง สัปดาห์ที่ผ่านมาอินเทลก็ออกมาปรับนโยบายโครงการรายงานช่องโหว่ (bug bounty) เพื่อให้ครอบคลุมช่องโหว่ประเภทนี้แล้ว

Meltdown/Spectre เป็นกลุ่มการโจมตีโดยใช้ข้อมูลข้างเคียง (side-channel attack) คือระยะเวลาการเข้าถึงแคชเพื่อหาข้อมูลจากตำแหน่งอื่น ที่ปกติแล้วซอฟต์แวร์ไม่มีสิทธิ์อ่าน การโจมตีโดยใช้ข้อมูลข้างเคียงนี้ยังมีข้อมูลอื่นๆ ตั้งแต่เสียงพัดลม, ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

การขยายโครงการของอินเทล จะยอมรับการโจมตีโดยใช้ข้อมูลข้างเคียง เฉพาะที่ต้นเหตุอยู่ที่ฮาร์ดแวร์อินเทลเองเท่านั้น และต้องโจมตีด้วยซอฟต์แวร์ได้ ดังนั้นจะครอบคลุม Meltdown/Spectre แต่ไม่ครอบคลุมการสังเกตการไฟฟ้าของเซิร์ฟเวอร์ ความพิเศษของโครงการนี้คือตอนนี้อินเทลจำกัดเวลาไว้เฉพาะในปี 2018 เท่านั้น แต่จำนวนเงินกลับสูงกว่ารางวัลรายงานช่องโหว่อื่นๆ โดยระดับต่ำสุดเริ่มต้นที่ 5,000 ดอลลาร์ เทียบกับรางวัลปกติ 2,000 ดอลลาร์ และขึ้นไปถึง 250,000 ดอลลาร์

นอกจากการเพิ่มหมวดรางวัลใหม่แล้ว โครงการรายงานช่องโหว่ทั้งหมด ยังเปิดกว้างให้นักวิจัยภายนอกรายงานช่องโหว่เพื่อรับรางวัลได้ ไม่ต้องได้คำเชิญล่วงหน้าเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ที่มา - Intel

Topics: IntelBug Bounty
Categories: Technology

อินเทลสร้างชิพควอนตัมที่ทำจาก “ซิลิคอน” ขนาด 2 คิวบิตสำเร็จแล้ว

Blog None - Sun, 02/18/2018 - 02:25

ชิพคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ ในงานวิจัย คือชิพแบบ superconducting ที่บริษัทใหญ่ๆ อย่างกูเกิล, IBM, และอินเทลกำลังวิจัยสร้างอยู่ และชิพแบบ trapped ion ที่ใช้เลเซอร์ในการดักจับไอออนและแก้ไขสถานะของคิวบิต

แต่โลกของการวิจัยชิพควอนตัมก็ไม่ได้จบอยู่ที่สองแบบนี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้ อินเทลเคยประกาศไว้ว่ากำลังวิจัยชิพที่ทำจากซิลิคอนด้วยเช่นกัน โดยเชื่อว่าชิพซิลิคอนนี้จะมีขนาดเล็กกว่าชิพแบบอื่นเมื่อมีจำนวนคิวบิตเท่ากัน สามารถคงสถานะของคิวบิตได้นานกว่า สามารถทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่าชิพแบบ superconducting ได้ และที่สำคัญคือ อินเทลมี know-how ในการสร้างชิพจากซิลิคอนอยู่แล้วด้วย

ซิลิคอนเวเฟอร์ที่ใช้ในชิพควอนตัมของอินเทล (ภาพโดย Intel)

ล่าสุด อินเทลร่วมกับนักวิจัยจาก Delft University of Technology และ University of Wisconsin-Madison ก็ได้ตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับการทดสอบชิพคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 2 คิวบิตที่ทำจากซิลิคอนแล้ว โดยชิพดังกล่าวจะใช้สมบัติ “สปิน” ของอนุภาคแทนสถานะ superposition ของคิวบิต และยิงคลื่นไมโครเวฟเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะของมัน (ลองดูคลิปสาธิตประกอบท้ายข่าวได้ครับ)

ชิพซิลิคอนที่ว่านี้ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถประมวลผลอัลกอริทึม Deutsch-Josza (อัลกอริทึมควอนตัมที่ใช้ทดสอบฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์) และอัลกอริทึม Grover ได้ (อัลกอริทึมควอนตัมที่ใช้ค้นหาข้อมูลที่ไม่มีการจัดเรียงใดๆ)

หากสนใจจะศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วได้ที่ Nature ครับ

ที่มา - Intel Newsroom, MIT Technology Review, Gizmodo, งานวิจัยตีพิมพ์ใน Nature

ปล. อันที่จริง มีงานวิจัยเกี่ยวกับชิพซิลิคอนอีกชิ้นนึงที่ตีพิมพ์ในวันเดียวกันกับของอินเทลด้วย แต่อันนี้ผมไม่พูดถึงละกันครับ อ่านแล้วงง =_=

Topics: IntelQuantum ComputerChipProcessorResearch
Categories: Technology

Pages