Technology

ฐานข้อมูล NoSQL 4 ประเภทเบื้องต้นที่คุณควรรู้จัก

TechTalkThai - Thu, 12/07/2017 - 21:12

NoSQL นั้นได้กลายมาเป็นฐานข้อมูลหลักของหลายๆ Application ไปแล้วในปัจจุบัน และกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญในการจัดเก็บข้อมูลในหลากหลายรูปแบบไปแล้ว อย่างไรก็ดี NoSQL นั้นมีหลายประเภท และบทความนี้ก็จะแนะนำ NoSQL Database 4 ประเภทเบื้องต้น ที่ผู้ซึ่งกำลังเริ่มศึกษาควรจะทำความรู้จักกันเอาไว้ดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.co

 

1. Document Database

เป็นฐานข้อมูล NoSQL ที่ทำการบันทึกข้อมูลเป็น JSON Structure หรือเป็น Document ซึ่งเป็นชุดของข้อความยาวๆ แทน ทำให้มีอิสระในการจัดเก็บข้อมูลประเภทใดๆ ก็ได้ไม่ว่าจะเป็น Integer, String หรือข้อความใดๆ ก็ตาม และไม่ต้องกำหนดประเภทหรือรูปแบบของข้อมูลล่วงหน้าแต่อย่างใด โดยตัวอย่างของ NoSQL Database กลุ่มนี้ก็ได้แก่ CouchDB และ MongoDB เป็นต้น

 

2. Key-value Store

เป็นฐานข้อมูลที่สามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบใดๆ ก็ได้ตามอิสระ โดยข้อมูลเหล่านั้นจะสามารถถูกเข้าถึงได้ด้วยการระบุค่า Key ประจำข้อมูลนั้นๆ ตัวอย่างของฐานข้อมูลกลุ่มนี้เช่น Redis และ Riak

 

3. Wide Column Store

เป็นฐานข้อมูลที่มีการจัดเก็บข้อมูลในแบบ Column แทน ต่างจากฐานข้อมูล SQL ที่มักจะเก็บข้อมูลเป็น Row โดยสามารถทำการจัดเก็บข้อมูลกี่คอลัมน์สำหรับข้อมูลกี่รูปแบบก็ได้ และสามารถทำการ Group หรือ Aggregate ข้อมูลเข้าด้วยกันได้ง่าย ตัวอย่างของฐานข้อมูลประเภทนี้ก็ได้แก่ HBase และ Cassandra

 

4. Graph Database

เป็นฐานข้อมูลที่มีการระบุความสัมพันธ์ของข้อมูลแต่ละชุดเป็น Network หรือเป็น Graph โดยข้อมูลแต่ละ Node นั้นจะสามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างอิสระ ตัวอย่างของ Graph Database นี้ก็เช่น Neo4j และ OrientDB

 

ที่มา: https://www.infoworld.com/article/3240644/nosql/what-is-nosql-nosql-databases-explained.html

The post ฐานข้อมูล NoSQL 4 ประเภทเบื้องต้นที่คุณควรรู้จัก appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

PayPal เผยใช้ Docker 150,000 Container ทำให้ Developer ทำงานได้ดีขึ้น 50%

TechTalkThai - Thu, 12/07/2017 - 20:53

PayPal ได้ออกมาเผยถึงการใช้งาน Docker ภายในบริษัทมากถึง 150,000 Container เพื่อรองรับ Application กว่า 700 ระบบ ส่งผลให้เหล่านักพัฒนาภายในบริษัทนั้นสามารถทำการ Build และ Test ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 50%

หลังจากที่ PayPal ได้ตัดสินใจหันมาใช้ Docker อย่างเต็มตัวเพื่อรองรับการพัฒนา Application สำหรับผู้ใช้งานกว่า 218 ล้านคนทั่วโลก ทาง PayPal ก็ได้ใช้เวลา 2 ปีที่ผ่านมาในการปรับโครงสร้างของระบบ Application ภายในบริษัทกว่า 700 ระบบเพื่อย้ายมาสู่การใช้งาน Docker รวมถึงใช้ Docker Enterprise Edition เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการ Container ทั้งหมด ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เหล่านักพัฒนาและนักทดสอบภายใน PayPal สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาลองใช้งานใน Stack ที่ต้องการ รวมถึงสามารถเลือกออกแบบสถาปัตยกรรมระบบในแต่ละส่วนด้วยแนวทางที่แตกต่างกันออกไปได้ อีกทั้งยังลดเวลาในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละระบบลงได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

แรกเริ่มนั้น PayPal ได้ทำการนำ Docker มาเริ่มต้นใช้งานเพื่อปรับปรุงกระบวนการการทำงานภายในให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเสียก่อน โดยทำการ Migrate ระบบ Application เดิมที่มีอยู่ขึ้นมาใช้งานบน Container แทนโดยไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลง Code ใดๆ เลย ขั้นตอนนี้อยู่ใน Phase 1 ของแผนการของทาง PayPal ซึ่งก็ได้ส่งผลดีต่อ PayPal ด้วยกันหลักๆ 2 ประการ ได้แก่

  • ได้แยกการทำ Deployment ออกจาก Framework Stack ทำให้ทุกๆ การ Deploy ระบบของ PayPal นั้นสามารถทำได้ด้วยขั้นตอนเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้ Technology Stack ใดในการพัฒนาก็ตาม
  • ได้ยกเครื่อง OS และ Kernel ครั้งใหญ่ โดยเมื่อ Application ไม่ได้ผูกกับ Technology Stack อีกแล้ว ทาง PayPal ก็สามารถทำการใช้ OS และ Kernel รุ่นใหม่ๆ ซึ่งมีทั้งความมั่นคงปลอดภัยและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่าแต่ก่อนได้ ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 10-20% เลยทีเดียว
Credit: Docker

หลังจากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนที่เหล่านักพัฒนาจะได้เริ่มทำความคุ้นเคยกับ Docker ให้มากขึ้น เริ่มนำ Docker Supply Chain เข้ามาใช้งาน จนประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบ, การสร้างระบบ, การติดตั้ง และการทดสอระบบนั้นสูงขึ้นถึง 50% จากการใช้ Docker for Desktop เข้ามาช่วย ทำให้นักพัฒนาและ QA ได้ทำงานบน Environment ที่เทียบเคียงกับระบบ Production ในขณะที่เหล่าผู้ดูแลระบบนั้นก็สามารถทำการอัปเดตระบบปฏิบัติการทั้งหมดได้โดยง่าย ด้วยการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใน Docekerfile สำหรับ Container Image เท่านั้น

เมื่อเวลาผ่านไปสองปี PayPal ก็สามารถย้าย 700 Application ขึ้นมายัง 150,000 Container ได้สำเร็จ และขั้นถัดไปนั้นทาง PayPal ก็ได้เริ่มพัฒนาระบบ Container-as-a-Service (CaaS) ขึ้นมาใช้ภายใน Cloud ของตนเอง แล้วทำการย้าย Container ที่ใช้งานอยู่เดิมขึ้นมาอยู่บนระบบนี้ ทำให้สามารถลดทรัพยากรที่ใช้งานลงได้, เพิ่ม Security ในระบบให้สูงขึ้น และเพิ่ม Availability ให้ระบบมีความทนทานสูงขึ้น รวมถึงยังทำให้ขั้นตอนการปรับปรุงประสิทธิภาพและติดตามการทำงานของระบบต่างๆ ถูกยุบรวมให้กลายเป็นกระบวนการเดียวๆ กัน ง่ายต่อการทำงานในระยะยาว โดยสรุปแล้วมีประโยชน์ที่ได้รับหลักๆ ดังนี้

  • ลดจำนวน vCPU ที่ QA ใช้ลง 50%
  • ลดจำนวน vCPU ที่ Developer ใช้ลง 25%
  • ทำการ Revoke Access บนระบบ Production ได้ง่ายขึ้น
  • ทำ Automate Patching ได้
  • เพิ่มจำนวน Container ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องใช้ VM ที่เพิ่มขยายได้ช้าอีกต่อไป
  • ระบบมีความทนทานสูงมาก และทุกๆ Application สามารถนำไปขึ้นระบบใช้งานที่ไหนก็ได้
  • สามารถ Deploy ทั้งระบบลงไปยัง Availability Zone ใดๆ ก็ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
  • ใช้เครื่องมือเดียวดูแลได้ทุกระบบ
  • สร้างคู่มือการทำงานสำหรับพนักงานทั้งหมดได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะใช้ Technology Stack ใดๆ ก็ตาม
Credit: Docker

 

สำหรับรายละเอียดฉบับเต็ม สามารถศึกษาได้ที่ https://www.docker.com/customers/paypal-uses-docker-containerize-existing-apps-save-money-and-boost-security ครับ

 

ที่มา: https://blog.docker.com/2017/12/containers-at-paypal/

The post PayPal เผยใช้ Docker 150,000 Container ทำให้ Developer ทำงานได้ดีขึ้น 50% appeared first on TechTalkThai.

Categories: Technology

พบดาวเคราะห์ 2 ดวงในระบบดาว K2-18 ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรา

Jimmy Blog - Thu, 12/07/2017 - 19:10

มีการค้นพบเมื่อปี 2015 ว่าระบบดาว K2-18 ซึ่งมีดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบเป็นดาวแคระแดง มีดาวเคราะห์โคจรอยู่ 1 ดวง ได้แก่ K2-18b และล่าสุดทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมอนทรีออลและมหาวิทยาลัยโทรอนโท สามารถวัดมวลเพื่อคำนวนความหนาแน่นของดาวเคราะห์ดวงนี้ได้แล้ว และยังพบดาวเคราะห์อีกดวงโคจรที่ระยะห่างออกไปอีกด้วย ในชื่อ K2-18c

การคำนวนหามวลดาวเคราะห์ใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมของมันขณะโคจรรอบดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบ และหากเราหามวลได้ เราก็คำนวนหาความหนาแน่นได้ อย่างเช่นในกรณีดาวเคราะห์ K2-18b นี้ พบว่ามีมว 8.0±1.9 เท่าของโลกเรา หาความหนาแน่นได้ 3.7±0.9 g/cm3 ซึ่งหมายถึงว่าดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ใช่ดาวแก้ส มันมีผิวดาว ซึ่งอาจจะเป็นผิวดินหินแบบโลกเราหรืออาจเป็นผิวน้ำแข็งที่มีมหาสมุทรอยู่ด้านล่างคล้ายดวงจันทร์ยูโรปาก็ได้แบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าสนใจเนื่องจากดาวเคราะห์  K2-18b  มีขนาด 2.24±0.23 เท่าของโลกเราและโคจรอยู่ใน habitable zone  (โซนชีวิต – ระยะห่างจากดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบไม่ใกล้ไปไม่ไกลไป มีความอบอุ่นพอจะก่อกำเนิดชีวิต) เมื่อมีผิวดาวย่อมมีโอกาสพบชีวิต ส่วนดาวเคราะห์ K2-18c มีระนาบโคจรคนละระนาบกับ K2-18b  และไม่โคจรผ่านหน้าดาวแม่ เราจึงยังไม่มีข้อมูลด้านมวลของดาวเคราะห์ดวงที่ค้นพบทีหลังนี้

ระบบดาว K2-18 อยู่ห่างโลกเราออกไป 111±13 ปีแสงในทิศทางของหมู่ดาวราศีสิงห์ ที่พิกัด ไรต์แอสเซนชัน (RA) 11h30m14.51s และ เดคลิเนชัน (DEC) +07d35m18.2s ดาวฤกษ์ศูนย์กลางระบบมีขนาดรัศมี 0.394±0.038 เท่าของดวงอาทิตย์

การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์ลงใน https://arxiv.org/abs/1707.04292
เรียบเรียงโดย @MrVop

 

Categories: Technology

เปิด YouTubeRewind พบคอนเทนต์ลูกทุ่งมาแรง ยึด 6 ใน 10 อันดับ

Thumbs Up - Thu, 12/07/2017 - 18:00

คุณมุกพิม อนันตชัย Head of Content Partnerships, YouTube Thailand

YouTube ประเทศไทยเผยปรากฏการณ์เด่นในรอบปี ผ่าน #YouTubeRewind โดยในปีนี้ นอกจากคอนเทนต์จากรายการ The Mask Singer 2 อย่างเพลงตราบธุลีดินของหน้ากากหอยนางรมจะเป็นวิดีโอในหมวดทั่วไปที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับหนึ่งของโลกแล้ว ในอันดับวิดีโอประเภทมิวสิควิดีโอของประเทศไทย ยังพบว่ามีเพลงลูกทุ่งติดชาร์ตเข้ามาถึง 6 ใน 10 เพลง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีแค่สองเพลงด้วย

คุณมุกพิม อนันตชัย หัวหน้าพันธมิตรฝ่ายธุรกิจบันเทิง YouTube ประเทศไทยกล่าวว่า “สำหรับ #YouTubeRewind นั้นเป็นการมองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม YouTube ตลอดปี 2017 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งทำติดต่อกันมาเป็นปีที่เก้าแล้ว สำหรับความโดดเด่นของ YouTube ในปีนี้คือ การมีช่องระดับเพชรเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกถึงสองช่องในเวลาห่างกันเพียง 19 ชั่วโมง ได้แก่ช่อง GMM และช่อง WorkPoint ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย” นอกจากนั้น ในส่วนของลิสต์รายชื่อคลิปที่มีการจัดอันดับในปีนี้ (มีสองลิสต์ คือลิสต์มิวสิควิดีโอ กับลิสต์ที่ไม่ใช่มิวสิควิดีโอ) ก็ยังพบว่า คลิปเพลงตราบธุลีดินของหน้ากากหอยนางรมจากรายการ The Mask Singer 2 ติดอันดับหนึ่งขอโลกด้วย “ความแปลกใหม่ที่เราพบในปีนี้คือ มีเพลงลูกทุ่งติดชาร์ตเข้ามาเยอะมากถึง 6 ใน 10 อันดับ ทำให้เห็นว่า YouTube เข้าถึงฐานผู้ฟังกลุ่มใหม่ที่กว้างขึ้น ซึ่งในอนาคต YouTube ประเทศไทยอาจมีการพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยแทร็คว่า การเข้าถึงคอนเทนต์เพลงลูกทุ่งนั้นมาจากพื้นที่ส่วนใดของประเทศบ้าง” นอกจากนั้น สิ่งที่ YouTube ประเทศไทยพบในปีนี้ด้วยก็คือ การเปิดตัวของแชนแนลใหม่ที่มีฐานแฟนคลับเติบโตรวดเร็วมาก ซึ่งคุณมุกพิม เผยว่า สาเหตุที่แชนแนลเหล่านั้นเติบโตส่วนหนึ่งมาจากครีเอเตอร์ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และแสดงออกซึ่งความสดใส จริงใจ ซึ่งในจุดนี้ถือว่าเป็นมิติใหม่ที่ดี เพราะไม่ต้องหยาบคาย หรือสร้างคอนเทนต์ที่มีความรุนแรงก็สามารถสร้างฐานผู้ชมได้ ยกตัวอย่างครีเอเตอร์ในหมวดนี้ 4 อันดับแรก ได้แก่
  1. เก๋ไก๋ สไลเดอร์
  2. Thaitrick
  3. Sunbeary
  4. Amarin TVHD

“เฉพาะในปีที่แล้วปีเดียว จำนวนการรับชมวิดีโอผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้นเพิ่มขึ้น 90% แบบปีต่อปี นอกจากนั้น ยังมีช่องที่ได้รับรางวัล Gold button มีจำนวนเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีช่อง Gold button 80 ช่อง และมีช่องที่ได้รับ Silver button อีก 1,000 ช่อง จากปีที่ผ่านมามี 600 ช่อง

สำหรับความท้าทายของ YouTube ในปีหน้าคือการสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ชาวไทยผลิตคอนเทนต์ส่งออกสู่ระดับโลก เพราะหากสามารถทำคอนเทนต์เป็นภาษาอังกฤษได้ จะมีฐานผู้ชมเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันล้านคนนั่นเอง อีกสิ่งหนึ่งที่ YouTube ประเทศไทยพบก็คือ กลุ่มผู้ชมที่แม้จะเป็นมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มหลัก แต่ก็พบว่ามี Gen X เพิ่มเข้ามาในระดับที่น่าสนใจเช่นกัน ในจุดนี้คุณมุกพิมเผยว่า จะมีการพัฒนาคอนเทนต์เพื่อจับกลุ่ม Gen X เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับ 10 อันดับวิดีโอยอดนิยมบน YouTube (หมวดทั่วไป) ในประเทศไทย ได้แก่

  1. ตราบธุลีดิน – หน้ากากหอยนางรม | THE MASK SINGER 2

  2. แน็ท – เรื่องขี้หมา – Blind Auditions – The Voice Kids Thailand – 30 Apr 2017

  3. กิ๊กดู๋ : ประชันเงาเสียง ลำไย ไหทองคำ & แซ็ค ชุมแพ [25 เม.ย. 60] (1/4) Full HD

  4. หม่ำยังอึ้ง!! เมื่อเจอลำไย ไหทองคำ | ซูเปอร์หม่ำ

  5. ลีลาสุดกวน เชฟเรียว แดนปลาแดก กับเมนูแปลก ชวนแซ่บ | ซูเปอร์เท็น | SUPER 10

  6. ไหนว่าจะไม่หลอกกัน – ชบา | The X Factor Thailand

  7. เจอประจำ – ตอนเกณฑ์ทหาร [EP.2]

  8. ครูบอกให้ออกกำลังกาย  – Gang Baby HehaaTv Official MV

  9. แกล้งตัดผมแฟน โคตรพลาด!!

  10. ปูอลาสก้า VS ข้าวไข่ต้ม (โคตรแพงvsโคตรถูก)

10 อันดับวิดีโอยอดนิยมบน YouTube (หมวดเพลงดัง) ประเทศไทย ได้แก่

  1. ฉันไม่มี – ทีที T_T [Official Lyric Video]

  2. ทดเวลาบาดเจ็บ – บอย พนมไพร OST.ไทบ้านเดอะซีรีส์【Official MV】

  3. [Official MV] มือลั่น – แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก [ JSPKK ]

  4. ใจกลางเมือง – LABANOON「Official MV」

  5. ฉันก็คง – LABANOON「Official MV」

  6. ผู้สาวขี้เหล้า – เมย์ จิราพร feat.วงค์ ชนะกันต์ [Official Lyric]

  7. 7 นาที วง L.กฮ. TMG OFFICIAL MV

  8. เจ็บละเนาะ | เพชร สหรัตน์ Feat.เอ มหาหิงค์「Official Lyrics」

  9. บ่เป็นหยัง เค้าเข้าใจ – กวาง จิรพรรณ OST.ไทบ้านเดอะซีรีส์2【Official MV】

  10. โอ้ละน้อ : ก้อง ห้วยไร่  feat:ปู่จ๋าน ลองไมค์ [Official MV]

ประเทศไทย: ช่องที่มาแรงบน YouTube ได้แก่

 Source: thumbsup

The post เปิด YouTubeRewind พบคอนเทนต์ลูกทุ่งมาแรง ยึด 6 ใน 10 อันดับ appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

หุ้น Snap พุ่งหลัง Barclays ชี้บริษัทจะเริ่มกำไรในปีหน้า

Thumbs Up - Thu, 12/07/2017 - 13:40

ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในวงการโซเชียลมีเดียโลก เพราะล่าสุดสถาบันการเงินระดับโลก Barclays ออกมาระบุว่าบริษัทดาวรุ่งอย่าง Snap จะเริ่มทำกำไรในปีหน้าหรือปี 2018 โดย ‘turning point’ ที่กำลังจะมาถึงทำให้มูลค่าหุ้นของ Snap พุ่งกระฉูด

ในเมื่อมองเห็นทิศทางที่ดี Barclays จึงอัปเกรดให้ Snap เป็นหุ้นที่มีราคาแพงขึ้น โดยขยับเพิ่มจากราคาเป้าหมายที่คาดว่าจะมีมูลค่าราว 11 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น มาเป็น 18 เหรียญต่อหุ้นเรียบร้อย

การเพิ่มขึ้นนี้คิดเป็นสัดส่วนกว่า 32.7% จุดนี้ Ross Sandler นักวิจัยของ Barclays ชี้ว่าบริษัทได้วิเคราะห์และมองเห็นแนวโน้มที่ดีของเครือข่ายสังคมดาวรุ่งตั้งแต่เริ่มขายหุ้นครั้งแรกหรือ IPO แต่ Barclays มองว่าเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเพิ่มตัวเลขการประเมินมูลค่าหุ้น

ผลคือหุ้นของ Snap ดีดตัวขึ้นทันที 6% ในช่วงหลังการประกาศของ Barclays

สิ่งท่เราได้จากข่าวนี้ คือแนวโน้มการแข่งขันในตลาดโซเชียลมีเดียช่วงปีหน้า ก่อนหน้านี้มีคำกล่าวว่า “Facebook is killing Snap” เพราะทิศทางการแข่งขันที่ดูเหมือนว่ายักษ์ใหญ่อย่าง Facebook กำลังตัดทางโตของ Snap เต็มที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่า Snap กำลังได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงในช่วงปีนี้ ทำให้บริษัทวิจัยฟันธงว่า ทั้ง 2 ค่ายโซเชียลจะยังมีพื้นที่ยืนอย่างเหนียวแน่นไม่หายไปไหนในปีหน้า

สำหรับ Snap คำพยากรณ์นี้เหมือนน้ำฝนชโลมใจเพราะมูลค่าหุ้นของบริษัทลดลงมากกว่า 45% นับแต่เริ่มขายหุ้นครั้งแรกเมื่อต้นมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากผลประกอบการณ์ที่พลาดเป้า ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากแรงกดดันฝีมือ Facebook

ที่มา: CNBC

 Source: thumbsup

The post หุ้น Snap พุ่งหลัง Barclays ชี้บริษัทจะเริ่มกำไรในปีหน้า appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

เปิดตัวเลข Facebook พบคนไทยช้อปเพิ่มขึ้น 70% ในไตรมาส 4

Thumbs Up - Thu, 12/07/2017 - 09:00

Facebook เปิดข้อมูลเชิงลึก พฤติกรรมและตัวเลขการช้อปปิ้งของคนไทยบน Social Media ในไตรมาส 4 พบสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 70% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น ๆ ของปี พร้อมแนะให้จับตามองวันที่ 12 ธันวาคมให้ดี เนื่องจากเป็นอีกวันที่สามารถไดรฟ์ยอดขายได้สูงไม่แพ้กัน

โดยข้อมูลเชิงลึกที่ Facebook พบเกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนไทยในช่วงสิ้นปีของปีที่แล้วนั้นมีดังต่อไปนี้

  1. สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ในการค้นหาข้อมูลที่ได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งในระหว่างเดือนตุลาคมจนถึงเดือนธันวาคมของปีที่แล้ว 72% ของการซื้อสินค้าออนไลน์บน Facebook ทั่วทั้งภูมิภาคโดยเฉลี่ยเกิดขึ้นทางโทรศัพท์มือถือ
  2. กลุ่มมิลเลนเนียลคือกลุ่มที่ซื้อสินค้าสูงสุด คิดเป็น 62% ของยอดการซื้อสินค้าออนไลน์บน Facebook 
  3. แบรนด์ที่ทำรายได้สูงสุดในปีที่ผ่านมาได้แก่ Lazada, Blibli.com และ Tesco Lotus ประเทศไทย
  4. เมื่อปีที่แล้ว คนไทยได้เริ่มลงโพสต์บน Facebook เกี่ยวกับการช้อปปิ้งตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ของวันที่ 13 พฤศจิกายน โดยช่วงเวลาที่มีการลงโพสต์เกี่ยวกับการช้อปปิ้งบน Facebook มากที่สุดคือช่วงสัปดาห์ของวันที่25 ธันวาคม
  5. เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เป็นเดือนที่มียอดการช้อปปิ้งสูงสุดในปี 2559 โดยการซื้อของออนไลน์ผ่าน Facebook ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นถึง 51% ในเดือนพฤศจิกายน และ 48% ในเดือนธันวาคม เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยของทั้งปี
  6. วันที่ 12 ธันวาคมเป็นอีกหนึ่งวันที่ควรจับตามอง โดย Facebook พบว่าในปี 2016 มียอดการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นถึง 2.6 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยทั้งปี
  7. การช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ได้จบลงในเดือนธันวาคม เทศกาลช้อปปิ้งยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปีใหม่ โดยในเดือนมกราคม 2560 การซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน Facebook เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 36 เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยของทั้งปี 2559

จากความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ทาง Facebook มีคำแนะนำมาฝากนักการตลาดถึงสิ่งที่ควรเตรียมตัวเพื่อสู้ศึกโฆษณาออนไลน์ในช่วงปลายปี ด้วยการเริ่มต้นแคมเปญเพื่อสร้างแบรนด์แต่เนิ่น ๆ โดย Facebook อ้างว่า แบรนด์อย่าง Lazada หรือ Tesco Lotus ที่สามารถทำยอดขายได้สูงมากเมื่อปลายปีที่แล้วนั้นมีแคมเปญการสร้างแบรนด์อย่างแข็งแกร่งมาระยะหนึ่งแล้ว

นอกจากนั้น แบรนด์ยังควรใช้ภาษาที่เหมาะกับโทรศัพท์มือถือ เช่น ดึงดูดความสนใจด้วยคำสร้างสรรค์ที่สั้นกระชับ น่าดึงดูด และสร้างความเชื่อมั่น และเลือกใช้ Store Visits เพื่อเชิญชวนผู้คนไปที่หน้าร้านก็ได้เช่นกัน

หรือหากยังไม่จุใจ มี Infographic มาฝากกันด้วยค่ะ

 Source: thumbsup

The post เปิดตัวเลข Facebook พบคนไทยช้อปเพิ่มขึ้น 70% ในไตรมาส 4 appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

คลิปเพลง "ตราบธุลีดิน" จากหน้ากากนักร้อง ยึดอันดับ 1 คลิปมาแรงปี 2017 ของ YouTube

Blog None - Thu, 12/07/2017 - 02:31

เข้าสู่ช่วงปลายปี ก็เป็นธรรมเนียมปกติของ YouTube ที่จะออกมาประกาศผลการจัดอันดับคลิปวิดีโอที่มาแรงเป็นที่นิยม และในปีนี้ YouTube ก็ได้ประกาศอันดับคลิปวิดีโอโดยแบ่งออกเป็น 2 หมวด คือคลิปวิดีโอมาแรงประจำปี (Top Trending Videos) และคลิปเพลงประจำปี (Top Music Videos) ซึ่งน่าสนใจว่าคลิปจากรายการทีวีของไทยคว้าอันดับหนึ่งของโผคลิปวิดีโอมาแรงประจำปีนี้ด้วย

คลิปเพลง "ตราบธุลีดิน" ซึ่งขับร้องโดยปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ "โอม Cocktail" ผู้เข้าแข่งขันในนาม "หน้ากากหอยนางรม" จากรายการ "หน้ากากนักร้อง Season 2" ของไทยเรา ถูกจัดให้เป็นคลิปมาแรงอันดับ 1 ประจำปีนี้ เอาชนะคลิปการเต้นประกอบเพลงฮิตอย่าง Shape of You หรือคลิปการแสดงของ Lady Gaga ในการแข่งขันนัดชิง Super Bowl ครั้งล่าสุดไปได้

ในขณะที่การจัดอันดับเพลงดังประจำปี 2017 นั้นก็ไม่น่าจะเกินความคาดหมายของใคร เมื่อเพลง Despacito ซึ่งครองตำแหน่งคลิปที่มีจำนวนผู้เข้าชมมากที่สุดในขณะนี้ด้วยจำนวน 4.46 พันล้านครั้ง นอนมาคว้าอันดับ 1 ไปครอง ส่วนอันดับ 2 ก็ตกเป็นของเพลงดัง "Shape of You" ผลงาน Ed Sheeran ที่เพิ่งมาแสดงคอนเสิร์ตในบ้านเราเมื่อไม่นานมานี้

การจัดอันดับเหล่านี้ ไม่ได้ยึดเอาจำนวนครั้งที่มีคนชมคลิปวิดีโอนั้นๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาข้อมูลเรื่องจำนวนครั้งที่มีคนแชร์คลิปวิดีโอ, การแสดงความคิดเห็น รวมทั้งจำนวนครั้งที่มีผู้กด "ชื่นชอบ" คลิปวิดีโอนั้นด้วย

สามารถดูรายชื่อ 10 อันดับคลิปมาแรง และ 10 อันดับเพลงฮิตประจำปี 2017 ของ YouTube ได้ท้ายข่าว

10 คลิปวิดีโอมาแรงประจำปี 2017

  1. Until We Will Become Dust - Oyster Masked (ตราบธุลีดิน - หน้ากากหอยนางรม) | THE MASK SINGER 2
  2. ED SHEERAN - Shape Of You | Kyle Hanagami Choreography
  3. Ping Pong Trick Shots 3 | Dude Perfect
  4. Darci Lynne: 12-Year-Old Singing Ventriloquist Gets Golden Buzzer - America's Got Talent 2017
  5. Ed Sheeran Carpool Karaoke
  6. Lady Gaga's FULL Pepsi Zero Sugar Super Bowl LI Halftime Show | NFL
  7. "INAUGURATION DAY" — A Bad Lip Reading of Donald Trump's Inauguration
  8. history of the entire world, i guess
  9. In a Heartbeat - Animated Short Film
  10. Children interrupt BBC News interview - BBC News

10 อันดับคลิปเพลงยอดนิยมประจำปี 2017

  1. Luis Fonsi - Despacito ft. Daddy Yankee
  2. Ed Sheeran - Shape of You [Official Video]
  3. J Balvin, Willy William - Mi Gente (Official Video)
  4. Maluma - Felices los 4 (Official Video)
  5. Bruno Mars - That's What I Like [Official Video]
  6. Chris Jeday - Ahora Dice (Official Video) ft. J. Balvin, Ozuna, Arcángel
  7. 05. El Amante - Nicky Jam (Video Oficial) (Álbum Fénix)
  8. Jason Derulo - Swalla (feat. Nicki Minaj & Ty Dolla $ign) (Official Music Video)
  9. DJ Khaled - I'm the One ft. Justin Bieber, Quavo, Chance the Rapper, Lil Wayne
  10. Enrique Iglesias - SUBEME LA RADIO (Official Video) ft. Descemer Bueno, Zion & Lennox0

ที่มา - CNET

Topics: YouTube
Categories: Technology

BT จะเพิ่มการแสดงภาพรีเพลย์และไฮไลท์ฟุตบอล UCL และ EPL ในรูปแบบวิดีโอ 360 องศา

Blog None - Thu, 12/07/2017 - 00:19

BT สื่อใหญ่ในสหราชอาณาจักรผู้ถือสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาหลากหลายรายการ ซึ่งรวมทั้งการแข่งขันฟุตบอล English Premier League และ UEFA Champions League เตรียมยกระดับการถ่ายทอดสดเกมกีฬาด้วยการเพิ่มฟีเจอร์การแสดงภาพรีเพลย์และไฮไลท์การแข่งขันด้วยวิดีโอแบบรอบทิศทาง 360 องศา ผ่านทางแอพ BT Sport App

BT จะประเดิมโชว์ฟีเจอร์ใหม่นี้กับเกมการแข่งขันระหว่าง Tottenham Hotspur และ APOEL Nicosia ในการแข่งขัน UEFA Champions League คืนนี้ และจะเริ่มใช้กับการถ่ายทอดเกม English Premier League ในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม ระหว่าง Tottenham Hotspur และ Manchester City

BT จะเพิ่มฟีเจอร์วิดีโอถ่ายทอดสดนี้ให้กับการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬารายการอื่น อาทิ FA Cup และการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลก โดยตั้งเป้าว่าจะมีฟีเจอร์นี้ให้กับการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาร่วม 20 รายการภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า

การชมวิดีโอรีเพลย์และไฮไลท์แบบ 360 องศาผ่านแอพ BT Sport App นี้ สามารถทำได้ไม่ว่าผู้ใช้จะมีอุปกรณ์กล้อง VR แบบสวมศีรษะหรือไม่

ที่มา - Engadget

Topics: FootballVirtual RealityBT
Categories: Technology

รีวิว Asus ZenBook Flip S โน้ตบุ๊กพับจอเกรดพรีเมียม มีปากกา เบาเพียง 1.1 กิโลกรัม

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 23:24

ตลาดโน้ตบุ๊กกลุ่มพรีเมียมในช่วงหลัง เริ่มมุ่งไปในทิศทางของ 2-in-1 มากขึ้น ทั้งกลุ่มที่เป็นถอดจอได้ (detachable) และพับจอได้ (convertible) ซึ่งผู้ผลิตเกือบทุกรายต่างก็ทำผลิตภัณฑ์กลุ่มโน้ตบุ๊กพับจอได้ที่เป็นสายบางเบา พกพาสะดวก แต่ก็ยังคงประสิทธิภาพสูงไว้รองรับงานได้เกือบทุกรูปแบบ (ก่อนหน้านี้เราเคยรีวิว HP EliteBook x360 ที่เป็นตัวท็อปของฝั่งธุรกิจของ HP ไปแล้ว)

Asus ZenBook ก็มีซีรีส์ที่ห้อยคำว่า Flip ซึ่งหมายถึงพับจอได้ โดยตัวที่เป็นเรือธงของซีรีส์ Flip ก็คือ Asus ZenBook Flip S โน้ตบุ๊กพับจอได้ที่น่าจะถือว่าบางและเบาที่สุดในท้องตลาด ด้วยน้ำหนักเพียง 1.1 กิโลกรัมเท่านั้น

สเปกเครื่อง

สเปกของ Asus ZenBook Flip S ตัวที่ได้รับมาทดสอบ (UX370UA) มีดังนี้

  • ซีพียู Core i7-7500
  • จีพียู Intel HD 620
  • แรม 8GB
  • SSD 512GB
  • หน้าจอ 13.3" Full HD (1920x1080) พร้อมกระจก Gorilla Glass
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C x2 รองรับความเร็ว USB 3.1
  • มีตัวสแกนลายนิ้วมือ
  • แบตเตอรี่ขนาด 39Wh โฆษณาว่าอยู่ได้ 11.5 ชั่วโมง มีระบบ Fast Charge
  • น้ำหนัก 1.1 กิโลกรัม

อุปกรณ์ที่ให้มาในชุด ประกอบด้วยปากกา Active Pen, ซองหนังสำหรับใส่โน้ตบุ๊ก, ASUS mini dock สำหรับแปลงพอร์ตเชื่อมต่อเป็น USB-A, HDMI

ราคาขายในไทยอยู่ที่ 63,990 บาท โดย Asus Thailand นำเข้ามาเพียงรุ่นย่อยเดียว ไม่มีสเปกย่อยตัวอื่นให้เลือก

คู่แข่งในท้องตลาด

คู่แข่งของ Asus ZenBook Flip S ต้องบอกว่าหาตัวมาเทียบตรงๆ ได้ยาก เพราะรุ่นที่มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกันอย่าง Acer Spin 7 (1.2 กิโลกรัม) หรือ Dell XPS 13 2-in-1 9365 (1.24 กิโลกรัม) เลือกใช้ซีพียู Core รหัส Y ที่กินไฟน้อยกว่า (TDP 4.5W) ในขณะที่ ZenBook Flip S มีน้ำหนักเบากว่าแต่เลือกใช้ซีพียู Core รหัส U ที่ประสิทธิภาพดีกว่า (TDP 15W)

ส่วนคู่แข่งที่เลือกใช้ซีพียูรหัส U ก็จะออกแบบให้ขนาดและน้ำหนักมากกว่า ZenBook Flip S เช่น HP Spectre x360 (1.26 กิโลกรัม ได้พอร์ต USB ขนาดเต็มเพิ่มมา) หรือ Lenovo Yoga 920 (1.37 กิโลกรัม แต่เป็นจอ 14")

ดังนั้น Asus ZenBook Flip S ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นมากในท้องตลาด เพราะตอบโจทย์ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ (ซีพียู Core i7 รหัส U) และความสะดวกในการพกพา (น้ำหนัก 1.1 กิโลกรัม)

ดีไซน์

Asus ZenBook Flip S มีให้เลือกทั้งหมด 2 สีคือน้ำเงิน Royal Blue และเทา Smoky Grey โดยรุ่นที่ได้มาทดสอบเป็นสีน้ำเงินขอบเหลือง Royal Blue

ต้องบอกว่าสีน้ำเงินขอบเหลือง Royal Blue ตัวนี้เป็นสีพิเศษของซีรีส์ ZenBook ที่พยายามสร้างเอกลักษณ์ให้ต่างไปจากโน้ตบุ๊กโทนสีเงิน-เทา-ดำทั่วๆ ไปในท้องตลาด ชนิดว่าเห็นแล้วจดจำได้ทันทีว่านี่เป็นโน้ตบุ๊กยี่ห้อ Asus นั่นเอง

ตัวบอดี้ทำมาจากวัสดุเป็นอะลูมิเนียมเบอร์ 6013 ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน แข็งแรงกว่าเบอร์ 6063 ที่ใช้กันในโน้ตบุ๊กทั่วไป แถม Asus ยังทำลายให้ดูเป็นผิวขัดโลหะที่มีลูกเล่นพอสมควร เมื่อบวกกับลูกเล่นการขลิบขอบสีเหลืองทอง ก็ทำให้โน้ตบุ๊กดูพรีเมียมและแตกต่าง

จุดขายของ ZenBook Flip S อยู่ที่ความบางเพียง 10.9 มิลลิเมตร ซึ่งก็ถือว่าบางจริง (เทียบกับ MacBook ที่บาง 1.31 มิลลิเมตรก็ถือว่าบางกว่าซะด้วย) ส่วนน้ำหนัก 1.1 กิโลกรัมอาจหนักกว่า MacBook (0.9 กิโลกรัม) อยู่หน่อย แต่ก็ได้จอใหญ่กว่า ซีพียูแรงกว่า แถมพับจอเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย

พอร์ตเชื่อมต่อ

โน้ตบุ๊กตัวบางขนาดนี้ย่อมมีพอร์ตเชื่อมต่อที่จำกัดพอสมควร กรณีของ FlipBook S ให้พอร์ต USB-C มาสองพอร์ตด้านซ้ายและขวา (ใช้ชาร์จไฟได้ทั้งสองพอร์ต) และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

ข้อดีของ FlipBook S คือการแถมตัว mini dock มาให้ในชุดเลย ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อไม่ต้องไปลำบากหา dock เพื่อเชื่อมต่อ HDMI หรือ USB-A เอง

ที่ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีปุ่ม power, volume และตัวสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านข้าง ใช้งานได้ทั้งโหมดโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต ใช้ร่วมกับ Windows Hello ได้โดยตรง จากการลองใช้งานจริงพบว่าสแกนได้เร็ว แต่จะยากเล็กน้อยตอนหาตำแหน่งของตัวสแกน เพราะอยู่ด้านข้างที่เรามองไม่เห็นเสมอไป ต้องใช้วิธีคลำๆ เอาเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้อง

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดของ FlipBook S เป็นคีย์บอร์ดขนาด full size และมีไฟ backlit ในตัว

ข้อจำกัดของคีย์บอร์ดคือมีระยะกดปุ่ม (key travel) เพียง 1.0 มิลลิเมตร อาจน้อยไปนิดสำหรับคนที่ชอบพิมพ์คีย์บอร์ดเด้งๆ หน่อย แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นข้อจำกัดของการออกแบบ ที่โน้ตบุ๊กบางขนาดนี้ย่อมมีระยะ key travel ได้ไม่เยอะมากนักอยู่แล้ว

ส่วนทัชแพดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แถมยังเป็น precision touchpad ตามสมัยนิยม รองรับท่า gesture ต่างๆ ได้ตามมาตรฐานของไมโครซอฟท์ (เดี๋ยวนี้ทัชแพดของโน้ตบุ๊กรุ่นพรีเมียม เริ่มเป็น precision touchpad กันเกือบหมดแล้ว เลยเริ่มไม่ค่อยแตกต่างกันนัก)

การใช้งานเป็นแท็บเล็ต

ตัวบานพับของ ZenBook Flip S เป็นบานพับสองจังหวะ เมื่อเปิดฝาขึ้นมาจะเอียงเหมือนโน้ตบุ๊กปกติ แต่พอกางฝาบนออกจนเกือบจะเป็นแนวราบ บานพับจะขยับอีกจังหวะลงไปจากเดิม ช่วยดันให้ขอบบนของเครื่องลอยขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อย (คีย์บอร์ดจะเป็นมุมเอียง องศาเหมะกับการวางมือมากขึ้น) และเมื่อพับจอกลับไปจนสุด ก็จะกลายร่างเป็นแท็บเล็ตนั่นเอง

ด้วยน้ำหนักของ ZenBook Flip S เพียง 1.1 กิโลกรัม ทำให้การถือมันในฐานะแท็บเล็ตไม่ลำบากจนเกินไป น้ำหนักเบาพอที่จะถืออ่านหนังสือได้นานๆ จุดติคงมีว่าหน้าจอสัดส่วน 16:9 ไม่ค่อยเหมาะกับการใช้เป็นแท็บเล็ตนัก (ไมโครซอฟท์ถึงหนีเป็น 3:2) และขอบหน้าจอด้านล่างที่หนากว่าส่วนอื่นๆ ก็อาจทำให้การเป็นแท็บเล็ตดูขาดๆ เกินๆ ไปสักหน่อย แต่ภาพรวมก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอะไร

Asus แถมปากกามาให้ในชุดด้วย มันสามารถใช้งานกับ Windows Ink ของ Windows 10 ได้สมบูรณ์ ปากกาคล้ายกับปากกาของ Surface แต่มีปุ่มที่ด้านข้างสองปุ่ม (ปุ่มด้านบนใช้เป็นคลิกขวาได้) บวกกับซองหนังที่ให้มามีช่องเสียบปากกาในตัว การพกพาปากกาไปกับตัวเครื่องจึงสะดวกและเป็นธรรมชาติ

แบตเตอรี่

จุดอ่อนสำคัญของ Asus ZenBook Flip S คงเป็นเรื่องแบตเตอรี่ที่ไม่ค่อยอึดเท่าไรนัก อันนี้คงเป็นข้อเสียของการใส่ Core i7 รหัส U เข้ามาในฟอร์มแฟคเตอร์ที่บางขนาดนี้ (คู่แข่งที่ขนาดไล่ๆ กันจึงใช้รหัส Y แทน) ในแง่การใช้งานจึงควรพกอแดปเตอร์ติดตัวไปด้วย สำหรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ

สรุป

Asus ZenBook Flip S ถือเป็นพีซีแบบ 2-in-1 พับจอได้ที่ค่อนข้างครบเครื่อง ทั้งสเปก ฟีเจอร์ และน้ำหนัก ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในฐานะโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต จุดเด่นของมันคือน้ำหนักที่เบาเพียง 1.1 กิโลกรัม พกพาสะดวกมาก ใช้เป็นแท็บเล็ตได้อย่างไม่ลำบากนัก และอุปกรณ์เสริมที่ Asus ให้มาครบไม่ต้องซื้อหาอะไรเพิ่ม

จุดอ่อนของมันคงเป็นเรื่องอายุของแบตเตอรี่ที่ใช้ได้น้อยไปสักนิด และราคาที่แพงไปสักหน่อย เมื่อเทียบกับคู่แข่งบางรายที่ขายเพียง 3 หมื่นต้นไปจนถึง 5 หมื่นเท่านั้น

ข้อดี

  • ขนาดบาง น้ำหนักเบา พกพาสะดวกจริงๆ
  • พับจอเป็นโหมดแท็บเล็ตได้ ยิ่งน้ำหนักเบายิ่งเหมาะกับการใช้เป็นแท็บเล็ต
  • ซีพียู Core i7 รหัส U ให้ประสิทธิภาพเหลือเฟือสำหรับงานทั่วไป
  • มีตัวสแกนลายนิ้วมือ รองรับ Windows Hello
  • ให้อุปกรณ์เสริมมาครบถ้วน ทั้งซอง ปากกา และตัวแปลง dock

ข้อเสีย

  • พอร์ตเชื่อมต่อยังจำกัดแค่ USB-C
  • อายุของแบตเตอรี่น้อยไปสักหน่อย
  • ราคาแรงไปนิด
Topics: ASUSZenbookHybridReviewNotebook
Categories: Technology

นินเทนโดนำเกม Mario/Zelda จาก Wii ให้เล่นผ่าน NVIDIA Shield แต่จำกัดเฉพาะในจีน

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 22:54

กลายเป็นเรื่องน่าสนใจของวงการเกมขึ้นมาทันที เมื่อบัญชีโซเชียลของ NVIDIA ในจีน โพสต์โฆษณาการเล่นเกมจากค่ายนินเทนโดบนคอนโซล NVIDIA Shield แบบเซอร์ไพร์ส

เกมที่นำมาโชว์เป็นเกมจากเครื่อง Wii ได้แก่ New Super Mario Bros. Wii, The Legend of Zelda: Twilight Princess และ Punch-Out!! โดยระบุว่านำมารีมาสเตอร์ใหม่ ปรับความละเอียดเป็น 1080p และขายราคาเกมละ 68 หยวน (ประมาณ 350 บาท) ทาง NVIDIA ระบุว่าจะมีเกมจาก GameCube รวมถึง Super Mario Galaxy ตามมาให้เล่นด้วย

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนนักว่า นินเทนโดซึ่งขึ้นชื่อในแง่ไม่ยอมนำเกมไปลงคอนโซลยี่ห้ออื่นเลย ยอมนำเกมไปลง Shield ได้อย่างไร (ทั้งสองบริษัทมีสายสัมพันธ์ร่วมกันจากการทำ Switch ที่ใช้ Tegra) โดยคาดว่าความร่วมมือนี้จะจำกัดเฉพาะในจีนเท่านั้น

เว็บไซต์ Ars Technica ประเมินจากข้อมูลบนหน้าเว็บ NVIDIA China ว่านินเทนโดไม่ได้นำเกมพอร์ตมาลง Shield ตรงๆ แต่เป็นการสตรีมเกมผ่านบริการ Geforce Now ของ NVIDIA แทน ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่าเราอาจเห็นนินเทนโด "ยอม" นำเกมของตัวเองไปลงคอนโซลหรือพีซี ผ่านวิธีสตรีมมิ่งได้ในอนาคต

ที่มา - Ars Technica

Topics: NintendoGamesWiiNVIDIAChinaSHIELD
Categories: Technology

BBC เปิดโครงการสอนทักษะการระบุข่าวปลอมให้เด็กมัธยม

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 22:48

สำนักข่าวอังกฤษ BBC เปิดโครงการสอนเด็กนักเรียนถึงวิธีการระบุข่าวปลอมด้วยตัวเอง โดย BBC จะใช้ทั้งช่องทางออฟไลน์ คือส่งนักข่าวไปยังโรงเรียนมัธยม หรือส่งไปตามอีเว้นท์ต่าง ๆ ไปจนถึงช่องทางดิจิทัล เพื่อให้เด็กที่ยังมีอายุไม่มากนักสามารถใช้ความคิดเชิงวิพากษ์กับสิ่งที่อ่านออนไลน์ และสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่อ่านจริงหรือปลอม

โรงเรียนที่จะได้รับประโขชน์จากโครงการของ BBC นี้มีกว่าพันโรงเรียน โดยโครงการนี้ตามมาจากผลการศึกษาของ University of Salford ที่ร่วมมือกับ BBC Newsround ว่าเด็กอายุ 9-14 ปีสามารถระบุข่าวปลอมได้ดีแค่ไหน ซึ่งแม้ว่าเด็กจะรู้ว่าข่าวปลอมเป็นอย่างไร ก็ยังมีเด็กจำนวนมากที่ไม่สามารถแยกระหว่างข่าวปลอมและข่าวจริงที่รายงานมาได้ทุก ๆ ครั้ง

Tony Hall ผู้อำนวยการทั่วไปของ BBC กล่าวว่า ด้วยการแบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน BBC ต้องการมอบทักษะและความตระหนักรู้ที่เด็กควรมี เพื่อให้มั่นใจได้เกี่ยวกับวิธีระบุข่าวจริง และเห็นได้ว่าอะไรเป็นข่าวปลอม

ปัญหาข่าวปลอมนั้นยังคงเป็นเรื่องบานปลายในสหรัฐฯ และล่าสุดก็มีรายงานว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโหวต Brexit ด้วย สามารถอ่านสรุปเหตุการณ์จากประเด็นดังกล่าวได้จากรายงานโดย Blognone

ที่มา - Engadget, BBC

ภาพโดย Geograph

Topics: BBCFake
Categories: Technology

HMD อธิบายเหตุผลที่ Nokia 8 ไม่ได้ Project Treble เพราะ Vendor Interface

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 22:18

หลัง HMD Global ปล่อย Android Oreo มาให้ Nokia 8 หนึ่งคำถามสำคัญที่ยังคงค้างคาแฟนๆ คือ Project Treble มาพร้อม Oreo ด้วยหรือไม่ ล่าสุด Juho Sarvikas ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ HMD Global ยืนยันแล้วว่า Nokia 8 ไม่ได้ Project Treble

Sarvikas ให้เหตุผลว่าด้วยความที่ Project Treble จำเป็นต้องแยกพาร์ทิชัน Vendor Interface ออกจากเฟรมเวอร์ของระบบปฏิบัติการ ขณะที่ทาง HMD ไม่สามารถแยกพาร์ทิชันในการอัพเดตผ่าน OTA ได้ โดย Sarvikas ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้

Treble requires 2 conditions to be met:1) Adapt to the new Vendor Interface implementation2) Standalone Vendor partition to contain Vendor ImplementationNokia 8 does not have separate Vendor partition in ROM space and the partitioning cannot be done OTA.

— Juho Sarvikas (@sarvikas) December 5, 2017

Note that there is no end user impact. Just means that we do a bit more heavy lifting on engineering to keep you Pure, Secure and Up-to-Date

— Juho Sarvikas (@sarvikas) December 5, 2017

ที่มา - @sarvikas via SlashGear

Topics: NokiaHMD GlobalAndroidAndroid Oreo
Categories: Technology

ครั้งแรกบนคลาวด์ Microsoft Azure เริ่มให้บริการ VM ที่ใช้ซีพียู AMD EPYC

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 21:56

ความพยายามของ AMD เพื่อกลับมาในตลาดเซิร์ฟเวอร์เริ่มเห็นผล หลังการเปิดตัวซีพียู EPYC ก็เริ่มมีผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์หลายรายนำไปใช้งาน ล่าสุด Microsoft Azure เป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกที่เปิดให้ใช้เครื่องที่เป็น EPYC แล้ว

Azure จะเริ่มให้บริการ EPYC ใน VM ซีรีส์ใหม่ที่เรียกว่า Lv2 ที่เน้นงานด้านสตอเรจ มีประสิทธิภาพด้าน I/O สูง เหมาะกับการรันฐานข้อมูลอย่าง MongoDB, Cassandra, Cloudera โดยมันจะใช้ AMD EPYC 7551 ความถี่ 2.2GHz และสามารถขยายซีพียูเสมือนได้สูงสุด 64 ตัว แรม 512GB

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังเผยว่าร่วมมือกับ AMD พัฒนาฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์สำหรับคลาวด์รุ่นใหม่ชื่อ Project Olympus ที่ใช้เป็นต้นแบบสำหรับบริการ Lv2 ด้วย

ที่มา - Microsoft, AMD

#EPYC has teamed up with Microsoft @Azure to bring better storage solutions to customers with the new Lv2-Series. The Lv2 is the perfect fit for storage intensive workloads. https://t.co/QAFzePGSnq pic.twitter.com/ZWjVHOomQp

— AMD EPYC (@AMDServer) December 5, 2017

Topics: EPYCAMDMicrosoft AzureCloud ComputingEnterpriseCPU
Categories: Technology

คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย Yahoo ฟ้อง Mozilla ยกเลิกสัญญาเอนจินค้นหาใน Firefox

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 21:46

ดีล Mozilla เลือกใช้ Yahoo เป็นเอนจินค้นหาหลักในปี 2014 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของวงการเบราว์เซอร์ เพราะ Mozilla ละทิ้ง Google ที่ใช้งานมานาน ย้ายไปใช้ Yahoo! โดยแลกกับค่าตอบแทนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้กลับล่มเร็วกว่าข้อตกลงเดิม 5 ปี เพราะ Yahoo ขายกิจการให้ AOL และเดือนที่แล้ว Firefox ก็เปลี่ยนเอนจินกลับมาเป็น Google โดยไม่มีรายละเอียดของการยกเลิกสัญญาว่าเป็นอย่างไร

สัปดาห์ที่แล้ว Yahoo! และบริษัทแม่ Oath ก็ยื่นฟ้อง Mozilla ต่อศาลเขตแคลิฟอร์เนีย ในข้อหาว่าผิดข้อตกลงในสัญญาเดิม และเรียกค่าเสียหายโดยไม่เปิดเผยมูลค่า

ผ่านมาไม่กี่วัน Mozilla ก็ยื่นฟ้อง Yahoo กลับด้วยข้อหาละเมิดสัญญาเช่นเดียวกัน เหตุผลของ Mozilla ระบุว่าหลัง Yahoo เปลี่ยนเจ้าของ หลายอย่างก็เปลี่ยนไปจากเดิม (ไม่บอกว่าอะไรบ้าง) และ Mozilla พยายามเจรจาอยู่หลายเดือนแต่ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจบอกเลิกสัญญาในที่สุด

เรื่องนี้คงต้องสู้กันต่อในชั้นศาลอีกยาว

ที่มา - Mozilla

ภาพความหลังอันหวานชื่น

Topics: Yahoo!MozillaLawsuitOathFirefoxSearch Engine
Categories: Technology

พันธมิตรขั้วใหม่ Qualcomm จับมือ AMD ผนวกโมเด็ม LTE ให้ใช้กับ Ryzen Mobile

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 21:33

AMD ประกาศความร่วมมือกับ Qualcomm เพื่อสร้างแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์พีซีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา (วิสัยทัศน์เดียวกับ Always Connected PC ของไมโครซอฟท์ และเปิดตัวในเวทีงาน Qualcomm งานเดียวกัน)

ภายใต้ความร่วมมือนี้ AMD จะนำโมเด็ม Snapdragon LTE ที่รองรับความเร็วระดับ Gigabit LTE ไปผนวกกับ Ryzen Mobile ซีพียูสำหรับโน้ตบุ๊กของตัวเองด้วย ส่งผลให้ AMD มีโซลูชันสำหรับโน้ตบุ๊กในอนาคตครบถ้วน นั่นคือ Ryzen ในฐานะซีพียู บวกกับ Radeon Vega จีพียูสมรรถนะสูง และเชื่อมต่อ LTE ตลอดเวลา

ขั้นต่อไปก็รอบรรดาผู้ผลิตโน้ตบุ๊ก นำโซลูชันของ AMD+Qualcomm ไปใช้งาน ซึ่งก็น่าจะเปิดตัวกันในงาน CES 2018 ต้นปีหน้า

ส่วนการผนึกกำลังครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อต่อสู้กับบริษัทใด ก็คงไม่ต้องระบุชื่อกันนะครับ :D

ที่มา - AMD, AnandTech

Topics: AMDQualcommRyzenLTESnapdragon
Categories: Technology

Twitter ประกาศ 9 ทวีตที่ถูกรีทวีตมากที่สุดประจำปี 2017

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 21:02

Twitter ได้ประกาศ 9 ทวีตที่ถูกรีทวีตมากที่สุดประจำปี 2017 โดยปีนี้มีทวีตของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามา ถูกรีทวีตมากที่สุดถึง 3 ทวีตด้วยกัน สำหรับ 9 ทวีตนั้นมีดังต่อไปนี้

  • Carter Wilkerson หาคนช่วยรีทวีตเพื่อกินนักเก็ตร้าน Wendy's ฟรี 1 ปี - @carterjwm
  • Barack Obama ทวีตถึงความเท่าเทียมกันในสังคม - @BarackObama
  • Penn State IFC ร่วมบริจาค $0.15 สำหรับทุกๆ รีทวีตเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์เฮอริเคนที่ Houston - @PennStateIFC
  • Ariana Grande ทวีตแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เมืองแมนเชสเตอร์ - @ArianaGrande
  • Barack Obama ทวีตขอบคุณในวันลาตำแหน่งประธานาธิบดี - @POTUS44 1, 2
  • วง LINKIN PARK ทวีตภาพของ Chester Bennington อดีตนักร้องนำที่เสียชีวิตไป - @linkinpark
  • LeBron James ทวีตถึงกรณีประธานาธิบดี Donald Trump เชิญทีมบาส NBA พบปะที่ทำเนียบขาว - @KingJames
  • Sam Martin บริจาคอาหารสุนัขให้เจ้าของสุนัขใน Houston ทุกๆ การรีทวีต - @SamMartin_6

ที่มา : Twitter Moment

Topics: TwitterYear in Review
Categories: Technology

Tez แอพจ่ายเงินผ่านมือถือของกูเกิลในอินเดีย มีฐานลูกค้าเกือบ 12 ล้านคนแล้ว

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 20:07

กูเกิลประกาศความสำเร็จของ Tez แอพจ่ายเงินผ่านมือถือ ที่เปิดตัวครั้งแรกในอินเดียเมื่อเดือน ก.ย. ว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน ก็สร้างฐานผู้ใช้งานจริง (active users) ได้แล้วเกือบ 12 ล้านคน และมีจำนวนธุรกรรมเกิน 140 ล้านครั้ง

Tez ยังมีร้านค้าขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์มแล้ว 525,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่หลากหลายตั้งแต่เมืองใหญ่ไปจนถึงร้านค้าในหมู่บ้านเล็กๆ

เป้าหมายถัดไปของ Tez คือเพิ่มฟีเจอร์จ่ายบิล โดยจะรองรับบริษัทผู้ออกบิลกว่า 70 ราย ทั้งบริษัทไฟฟ้า ประปา และขนส่ง มีระบบแจ้งเตือนกำหนดชำระบิล และป้องกันการจ่ายบิลซ้ำด้วย

กูเกิลไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักกับแอพจ่ายเงินอย่าง Google Wallet ในโลกตะวันตก (ปัจจุบันกลายเป็น Android Pay) แต่ก็ดูจะไปได้สวยกับประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดีย ที่ช่วงหลังกูเกิลจริงจังมาก และมีโครงการต่างๆ เฉพาะประเทศอินเดียมากมาย

ที่มา - Google for India

Topics: GoogleIndiaMobile Payment
Categories: Technology

เปิดตัว “Startup Star (ดารา 4.0)” รายการ Edutainment ดึงคนบันเทิงสู่ธุรกิจสตาร์ทอัป

Thumbs Up - Wed, 12/06/2017 - 19:44

นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ และคุณณฐกฤต วรรณภิญโญ

LINE TV เสริมแกร่งคอนเทนต์ ผนึก RISE และ TV Thunder เปิดตัวรายการเรียลิตี้แนวใหม่ ดึง “ดารา” กับ “ธุรกิจ” มาผนวกเข้าด้วยกันในคอนเซ็ปต์ Edutainment ภายใต้ชื่อ “Startup Star (ดารา 4.0)” ออนแอร์เฉพาะบน LINE TV เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักการทำธุรกิจ เริ่มมกราคมปีหน้า

ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะหากมองไปรอบ ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า รายการธุรกิจกำลังเป็นรายการที่กลับมาฮิตติดตลาดอีกครั้งในบ้านเรา ซึ่งสอดคล้องกับการเติบของธุรกิจสตาร์ทอัป และเทรนด์ด้านดิจิทัลที่เฟื่องฟูขึ้น อย่างไรก็ดี รายการธุรกิจส่วนใหญ่ยังอยู่ในรูปแบบเกมโชว์ แต่ยังไม่มีรายการที่นำเสนอเนื้อหาลงลึก และเห็นถึงรายละเอียดของการทำสตาร์ทอัปอย่างแท้จริง

 

ในจุดนี้ คุณณฐกฤต วรรณภิญโญ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารสายพัฒนาธุรกิจของ TV Thunder จึงมองว่า รายการ Startup Star น่าจะสามารถตีแผ่ให้เห็นถึงรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

(ซ้ายไปขวา) คุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์, นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ และคุณณฐกฤต วรรณภิญโญ

โดยความน่าสนใจของรายการ Startup Star คือการพาผู้ชมเข้าสู่โลกของสนามธุรกิจของคนรุ่นใหม่อย่างธุรกิจดิจิทัล หรือสตาร์ทอัป ผ่านการนำเสนอของดารา 14 ชีวิตที่แคสติ้งโดย TV Thunder เพื่อมาเข้ารับการขัดเกลาแนวคิดทางธุรกิจ และรับฟังความคิดเห็นจากเมนเทอร์ชั้นนำของวงการภายใต้การสนับสนุนของ RISE นั่นเอง

นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ ซีอีโอ และผู้ก่อตั้ง RISE Accelerator & Academy เผยว่า ดาราที่เข้าร่วมรายการนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีโฟกัสกับการทำธุรกิจ ซึ่งในรายการจะพบว่าสิ่งที่ดาราแต่ละคนต้องการได้รับจากรายการนั้นแตกต่างกัน บางคนอาจต้องการความช่วยเหลือด้านมาร์เก็ตติ้ง บางคนอาจต้องการความช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ บางคนอาจต้องการโปรแกรมเมอร์ หรือบางคนก็ต้องการเงินลงทุน ซึ่งในจุดนี้จะมีทีมโค้ช ให้การซัพพอร์ตทั้งหมด

แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ การจับคู่กันนี้มาลงเอยได้อย่างน่าสนใจเมื่ออยู่บนแพลตฟอร์มของ LINE TV ซึ่งคุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนต์ บริษัท LINE ประเทศไทย เผยว่า “LINE TV มองว่ารายการนี้เป็นรายการที่แตกต่างที่ยังไม่พบเห็นบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ และถึงแม้จะไม่มีความตลกโปกฮาเป็นจุดขาย แต่เราก็เชื่อว่าจะได้ใจผู้ชมกลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น”

คุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์

โดยในปี 2017 ที่ผ่านมา LINE TV มีการผลิตคอนเทนต์แบบออริจินอลประมาณ 5 – 6 รายการ และคาดว่าในปีหน้านี้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

นอกจากนั้น การเติบโตของ LINE TV ในปี 2016 เมื่อเทียบกับปี 2015 ก็มีอัตราสูงขึ้น 136% ด้วย ในจุดนี้ LINE TV จึงมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการลงมาผลิตคอนเทนต์เอง โดยเฉพาะในปี 2018 ที่กำลังจะมาถึง 

โดยเวลาในการออกอากาศของ Startup Star นั้นคือทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลาเที่ยงตรง ซึ่งจะแบ่งออกเป็นตอน ๆ ทั้งสิ้น 20 ตอน ความยาวตอนละ 30 นาที และมีกำหนดเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมนี้เป็นต้นไป

 Source: thumbsup

The post เปิดตัว “Startup Star (ดารา 4.0)” รายการ Edutainment ดึงคนบันเทิงสู่ธุรกิจสตาร์ทอัป appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

สะดวกรัฐ ลำบากคนจน, ผู้ป่วยโรคเรื้อนได้รับสวัสดิการตามเดิมหลังถูกตัดเพราะยืนยันข้อมูลทางชีวภาพไม่ได้

Blog None - Wed, 12/06/2017 - 19:42

Sajida Begum ผู้ป่วยโรคเรื้อน ตาบอด และนิ้วกุด กลับมาได้รับเงินสวัสดิการรัฐเดือนละ 1,000 รูปี (ประมาณ 500 บาท) ตามเดิม หลังจากถูกตัดไปเพราะไม่สามารถยืนยันข้อมูลทางชีวภาพ ทั้งม่านตาและลายนิ้วมือได้

เรื่องราวของ Begum ตกเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและได้รับความสนใจเป็นวงกว้างเพราะอินเดียบังคับบัตรสวัสดิการ หรือบัตร Aadhaar ทั้งประเทศ

Unique Identity Authority of India (UIDAI) หน่วยงานออกบัตรของอินเดียต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปพบกับ Begum โดยตรงและออกบัตรให้เป็นกรณีพิเศษ

โครงการ Aadhaar นับเป็นฐานข้อมูลชีวมิติ (biometric) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยประชากรอินเดียกว่าพันล้านคน จนตอนนี้แม้จะมีฐานข้อมูลรั่วไหลออกมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีครั้งใดที่ตัวข้อมูลลายนิ้วมือหรือม่านตาหลุดออกมา

ในประเทศไทยเอง กสทช. ก็เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการใช้งานข้อมูลชีวมิติอย่างหนัก มีการกำหนดเส้นตายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ให้ผู้ออกซิมการ์ดทุกรายต้องเก็บข้อมูลใบหน้าหรือข้อมูลลายนิ้วมือเสมอ

ที่มา - BBC

Topics: IndiaBiometric
Categories: Technology

พบ “เปลือกดาว” ของดวงจันทร์ยูโรปา น่าจะเคลื่อนที่แบบเดียวกับ “เปลือกโลก” ของเรา

Jimmy Blog - Wed, 12/06/2017 - 19:07

นักวิทยาศาสตร์พบว่าเปลือกดาวของดวงจันทร์น้ำแข็งยูโรปาบริวารดาวพฤหัส น่าจะมีการเคลื่อนตัวเป็นวัฎจักรแบบเดียวกับที่เกิดกับเปลือกโลกของเรา

บนโลกเรานั้น แผ่นเปลือกโลกมหาสมุทร Oceanic lithosphere จะเกิดใหม่เสมอจากบริเวณที่เรียกว่า Ridge ซี่งเป็นร่องยาวกลางมหาสมุทรที่หินหนืดใต้โลกจะดันออกมาแข็งตัวเกิดเป็นเปลือกโลกอายุน้อย จากนั้นก็จะดันตัวเองไปจนพบเปลือกโลกทวีป Continental lithosphere ที่มีความหนามากกว่า แล้วจะมุดตัวลงในบริเวณ Ttench เกิดเป็นจุดที่เรียกว่าแนวมุดตัว หรือ Subduction zone เมื่อเปลือกโลกมหาสมุทร Oceanic lithosphere มุดลงไปแล้วก็จะพบความร้อนจนหลอมละลายกลายเป็นหินหนืดใต้โลกเวียนเป็นวัฏจักรอีกครั้ง  (ตามภาพล่าง)

ล่าสุดทางทีมวิจัยจาก NASA พบลักษณะคล้ายกันนี้บนดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัส โดยมีหลักฐานมาระยะหนึ่งแล้วว่า เปลือกของดวงจันทร์ยูโรปามีอาการขยายตัว แต่ยังหาจุดสิ้นสุดของการขยายตัวไม่พบ จนเมื่อเร็วๆนี้จึงพบรอยพับยับย่นมองเห็นจากอวกาศเป็นแนวยาวเรียกว่า Subsumption band เป็นจุดที่แผ่นเปลือกดาว outer ice shell (ตามภาพบนสุด) มุดตัวลงไป

การมุดตัวของผิวดาวยูโรปาถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเราลุ้นกันมาว่ามหาสมุทรใต้ผิวน้ำแข็งน่าจะมีสิ่งมีชีวิต การที่เปลือกดาวด้านบนซึ่งได้แร่ธาตุต่างๆจากอวกาศมุดตัวลงไปเป็นเหมือนการเติม “อาหาร” ให้ระบบนิเวศน์ของมหาสมุทรใต้ผิวน้ำแข็งนั้น

การค้นพบนี้ตีพิมพ์ลงใน http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/2017JE005370/abstract

อ้างอิง https://www.jpl.nasa.gov/news/news.php?release=2014-300
เรียบเรียงโดย @MrVop

Categories: Technology

Pages