Technology

ไทยไม่ขยับ อินโดฯขอแซงหน้าไปก่อน กำแพงยักษ์ป้องกันน้ำทะเล “เกรท การูดา”

Jimmy Blog - Wed, 11/29/2017 - 13:25

โครงการป้องกัน กรุงจาร์กาตา เมืองหลวงจมทะเล “เกรท การูดา” มหาพญาครุฑ 

มีคำเตือนจากหลายสถาบันทั่วโลกเรื่องระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะภาวะโลกร้อน กรุงเทพฯเมืองหลวงของประเทศไทยและกรุงจาร์กาตาร์เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียต่างก็ตกอยู่ในรายชื่อเมืองที่จะประสบปัญหาถูกน้ำทะเลกลืนกินในอนาคตด้วยสาเหตุแบบเดียวกัน คือระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงปีละราว 4 มม.  และตัวเมืองหลวงมีการจมตัวลงเพราะการสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ในปริมาณมากโดยไม่มีการเติมน้ำใต้ดินกลับลงไป เพราะตัวเมืองสมัยใหม่มีพื้นเป็นคอนกรีตทำให้น้ำฝนไม่สามารถซึมผ่านลงไปได้ ปริมาณน้ำใต้ดินที่ถูกสูบออกไปใช้เป็นน้ำประปาจึงไม่มีน้ำใหม่เติมลงไปทดแทน ทั้งนี้กรุงเทพมีอัตราเร็วของการจมลงตกราวปีละ 1-2 ซ.ม.

กรุงจาร์กาตาร์ ก็ไม่ต่างกัน แต่อัตราการใช้น้ำใต้ดินค่อนข้างจะสูงกว่ากรุงเทพฯ  ทำให้พื้นดินของกรุงจาร์กาตาร์จมลงถึงราวปีละ 7.6 เซ็นติเมตร เร็วกว่าการจมลงของกรุงเทพและเมืองอื่นๆทั่วโลกหลายเท่า ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่จมลงในอัตราเร็วที่สุด โดยเเนวชายฝั่งทางเหนือของกรุงจาร์กาตาร์เป็นพื้นที่ที่จมลงรวดเร็วกว่าส่วนอื่น

เพื่อรับมือกับปัญหานี้ ในช่วงปี 2014 ทางการอินโดนีเซียได้วางแผนจะสร้างผนังกั้นน้ำทะเลรูปนกกางปีกขนาดมหึมา ในชื่อ “Great Garuda’’ หรือ “มหาพญาครุฑ” (ครุฑเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอินโดนีเซีย) ในมูลค่า 40,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เป็นโครงการความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างทางการอินโดนีเซีย เกาหลีใต้  และ เนเธอร์เเลนด์ประเทศผู้เชี่ยวชาญเรื่องกำแพงป้องกันน้ำทะเล

“Great Garuda’’ คือผนังกั้นทะเลความยาว 24 กิโลเมตร พร้อมด้วยการถมทะเลเป็นเกาะเทียม 17 แห่ง ควบคุมการก่อนสร้างโดย บริษัทวิศวกรรมจากเนเธอร์เเลนด์ ซึ่งโครงการได้เดินหน้าก่อสร้างแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2015 โดย Victor Coenen ผู้จัดการโครงการพยายามเร่งงานส่วนของผนังกันน้ำทะเลให้เสร็จก่อนใน 3 ปีแรก หลังจากนั้นก็จะสร้างส่วนที่เหลือโดยกำหนดให้โครงการเสร็จสิ้นใน 10 ปี

และแน่นอนว่าการก่อสร้างโครงการขนาดยักษ์ย่อมต้องมีปัญหามากมายโดยเฉพาะการเมืองภายในประเทศ และยังมีข้อคิดเห็นจากนักวิชาการออกมาเรื่อยๆว่า กำแพงกั้นน้ำมหาพญาครุฑนี้จะใช้การได้จริงหรือไม่ แต่อย่างใดก็ตาม อย่างน้อยโครงการนี้ก็ได้เริ่มเดินหน้าไปแล้ว นครหลวงที่มีประชากรทั้งหมดราว 11 ล้านคนนี้ก็ยังมีความหวังจะตั้งอยู่ที่เดิมโดยไม่ต้องอพยพย้ายหนีไปไหนในกรณีที่โครงการเสร็จสิ้นใช้ประโยชน์ได้จริงและทันเวลา ขณะที่กรุงเทพฯยังไม่ขยับไปไหนเลย ไม่มีแม้ความตระหนักตื่นตัวจากภาครัฐฯ

**ภาพการก่อสร้างภาพแรกในปี 2015 ภาพที่สองในปี 2017 เครดิตภาพจาก VOA และ รอยเตอร์ ภาพรายละเอียดโครงการจาก The Guardian

เรียบเรียงโดย @MrVop

Categories: Technology

พาชม “ไอดีโอ โมบิ พระราม 4” คอนโดมิเนียมรักษ์โลกสุดไฮเทคจากอนันดา

Thumbs Up - Wed, 11/29/2017 - 12:00

ไอดีโอ โมบิ พระราม 4

อาจกล่าวได้ว่าเป็นคอนโดมีเนียมแนวคิดใหม่ที่ตอบโจทย์กระแสรักษ์โลกของคนยุคมิลเลนเนียลได้อย่างน่าสนใจทีเดียวสำหรับโครงการไอดีโอ โมบิ พระราม 4 ของอนันดาที่เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงการคือนวัตกรรม Solar Fresh Air System ที่ทางโครงการติดตั้งให้กับทุกห้องทุกชั้นเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการเปิดตัวประสบการณ์ใหม่ในการเยี่ยมชมโครงการผ่านเทคโนโลยีโฮโลแกรม “ไอโฟร์ดี”

โดยนวัตกรรม Solar Fresh Air System เป็นการแก้ Pain Point ข้อหนึ่งของคอนโดมิเนียม ที่โดยทั่วไปแล้วอากาศภายในห้องพักมักจะถ่ายเทได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ห้องพักมีความอบอ้าวในช่วงกลางวัน ซึ่งที่ผ่านมา การติดเครื่องปรับอากาศแม้จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายขึ้น แต่ก็ไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคมิลเลนเนียลที่ให้ความสำคัญกับปัญหามลภาวะด้วย

อนันดาจึงคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยในการถ่ายเทอากาศร้อนให้กับห้องโดยใช้พลังงานสะอาด และเป็นที่มาของการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเก็บพลังงานแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟให้กับพัดลมระบายอากาศ คอยดูดอากาศร้อนในห้องออกสู่ภายนอก ผลก็คือ ห้องพักในโครงการไอดีโอ โมบิ พระราม 4 ทุกยูนิตจะมีอากาศที่หมุนเวียน ปลอดโปร่งมากขึ้นสมกับชื่อ Solar Fresh Air System แถมยังเป็นพลังงานสะอาดด้วย

บรรยากาศภายในห้องตัวอย่าง

นอกจากอากาศในห้องพักที่โล่งสบายมากขึ้นแล้ว อนันดายังมองต่อไปถึงสภาพแวดล้อมโดยรวม ด้วยการออกแบบให้มีสีเขียวของต้นไม้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของโครงการมากขึ้น การเล่นระดับทางเดิน ทำให้สามารถใช้เป็นลู่วิ่งออกกำลังกายสำหรับลูกบ้านได้เป็นอย่างดี

พื้นที่สีเขียว เล่นระดับ สามารถวิ่งหรือเดินออกกำลังได้

ในแง่ของการนำเสนอ ก็เป็นอีกหนึ่งความแปลกใหม่เช่นกัน เพราะอนันดาได้นำเทคโนโลยีโฮโลแกรมสร้างเป็นภาพจำลองโครงการในรูปแบบ 3 มิติที่สามารถหมุนได้ เลือกดูเป็นส่วน ๆ ได้ มาทำงานร่วมกับ Mapping Theater ที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้ดีทีเดียว

เทคโนโลยีโฮโลแกรม ทำงานร่วมกับฉากหลังทั้ง 3 ด้านที่ฉายวิวทิวทัศน์ของห้อง เพื่อสร้างประสบการณ์ในการชมห้องตัวอย่างแบบ 360 องศา

ด้วยเทคโนโลยีนี้ ใครที่เข้าไปอยู่ในห้องดังกล่าวจะได้สัมผัสถึงวิวทิวทัศน์ของห้องได้แบบ 360 องศา ซึ่งต้องบอกว่าสวยงามทีเดียว

นอกจากนั้น เทคโนโลยีอื่นที่นำมาใช้ในโครงการก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น  Auto Parking ที่อนันดาเผยว่าสามารถลดพื้นที่ในการจอดรถลงได้ อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านไม่ต้องขับวนหาที่จอดรถอีกด้วย โดยพื้นที่ที่ได้คืนมานั้น สามารถนำไปสร้างเป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการอีกต่อหนึ่งนั่นเอง

แต่ที่น่าจะเป็นไฮไลท์เด่นของโครงการฯ นอกจากเรื่องของการอยู่อาศัยแล้วก็คือทำเล เพราะในเส้นรถไฟฟ้า MRT มีโครงการน้อยรายที่สามารถอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในระดับ 0 เมตร แถมยังเป็นทำเลที่เดินทางเข้าสู่สีลม พระราม 4 หรือจะไปทางสุขุมวิทก็ทำได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้น จากแผนภูมิด้านล่างจะพบว่ามี 8 เมกะโปรเจ็คที่อยู่ใกล้เคียงพร้อมจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ด้วย

ในแง่ของการลงทุน คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “จากข้อมูลภาพตลาดคอนโดมิเนียมแนวสูงประเภทกรรมสิทธิ์ ระยะ 500 เมตร จากรถไฟฟ้า ตั้งแต่ปี 2012-ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 พบว่า จำนวนห้องชุดขายไปแล้วถึง 89% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมดในตลาด ซึ่งราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000 บาท/ตร.ม โดยในแต่ละปีราคาจะเพิ่มขึ้นถึง 7% ด้วย จึงที่เป็นก”

 

สกายเลาจน์

สำหรับใครที่สนใจ ไอดีโอ โมบิ พระราม 4 เตรียมจัดงาน Pre-sales โครงการ ในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ณ. Sales Gallery  เพียง 0 เมตร จาก MRT สถานีคลองเตย (ทางออก 1) พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสูงสุด 500,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โทร. 02 316 2222 หรือ เว็บไซต์ www.ananda.co.th

บทความนี้เป็น Advertorial

 Source: thumbsup

The post พาชม “ไอดีโอ โมบิ พระราม 4” คอนโดมิเนียมรักษ์โลกสุดไฮเทคจากอนันดา appeared first on thumbsup.

Categories: Technology

Airbnb เปิดตัวฟีเจอร์ Split Payment แชร์ค่าที่พักสำหรับการเที่ยวเป็นกลุ่ม

Blog None - Wed, 11/29/2017 - 11:55

เมื่อการท่องเที่ยวและจองที่พักผ่าน Airbnb แบบเป็นกลุ่มเริ่มมากขึ้น จากการอ้างอิงผลสำรวจชาวอเมริกันกว่า 79% ที่จะท่องเที่ยวกันเป็นกลุ่ม Airbnb เลยเปิดตัวฟีเจอร์ Split Payment สำหรับแชร์ค่าที่พักให้เสร็จสรรพผ่านแอป

Split Payment ก็ไม่ต่างกับฟีเจอร์ลักษณะเดียวกันบนแอปอย่าง Uber หรือ Lyft คือเมื่อเลือกที่พักและเข้าสู่ขั้นตอนการจอง คนจองจะสามารถเลือก Split Payment และเลือกบัญชีเพื่อนที่ร่วมทริปด้วย ปฏิทินของที่พักจะถูกจองตามที่มีการเลือกเอาไว้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจนกว่าผู้ใช้งานทุกคนจะจ่ายค่าที่พักครบทั้งหมด (มีหน้าติดตามว่าใครจ่ายใครยังไม่ได้จ่าย) อย่างไรก็ตาม Airbnb เปิดโอกาสให้มีการจ่ายแทนกันได้ด้วย

ที่มา - Airbnb (1, 2)

Topics: Airbnb
Categories: Technology

เฟซบุ๊กทดสอบ Messenger Broadcast สำหรับเจ้าของธุรกิจ ลักษณะเดียวกับ LINE@

Blog None - Wed, 11/29/2017 - 11:49

นอกจากโฆษณาแล้ว ดูเหมือนเฟซบุ๊กกำลังจะหาเงินกับบริการใหม่ จากการทดสอบฟีเจอร์ Messenger Broadcast กันอยู่ภายใน โดยลักษณะการทำงานคือการเผยแพร่ข้อมูลจากฝั่งร้านค้า ธุรกิจต่างๆ ไปยังผู้ใช้ทั่วไป ลักษณะเดียวกับ LINE@

แน่นอนฝั่งเจ้าของธุรกิจสามารถปรับแต่งข้อความหรือรูปภาพให้กับผู้ใช้ได้อย่างอิสระ ไปจนถึงสามารถใช้งานเป็นแชทบอทได้ด้วย ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นจากเฟซบุ๊กระบุว่า เจ้าของธุรกิจจะสามารถส่งข้อความหาผู้ใช้โดยไม่เสียเงินได้แค่จำนวนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็น่าต้องเสียเงินเพิ่ม หากต้องการจะส่งหาผู้ใช้เพิ่ม

ถึงแม้จะมีแฟีเจอร์ Messenger Broadcast แต่เฟซบุ๊กยังคงยืนยันนโยบายเดิมว่าฝั่งร้านค้าจะติดต่อหรือโฆษณาหาผู้ใช้ได้ ตราบเท่าที่ผู้ใช้ติดต่อหรือทักไปหาร้านค้าก่อนเท่านั้น อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและทดสอบกันภายใน ยังไม่มีอะไรแน่นอนว่าเฟซบุ๊กจะปล่อยใช้งานฟีเจอร์นี้จริง

ที่มา - TechCrunch

Topics: Facebook MessengerFacebook Groups
Categories: Technology

ซีอีโอ Kaspersky ยืนยัน หน่วยข่าวกรองรัสเซียไม่เคยสั่งให้บริษัทล้วงข้อมูลจากอเมริกา

Blog None - Wed, 11/29/2017 - 11:08

ช่วงนี้ Kaspersky Lab ถูกกล่าวหาว่าได้รับว่าจ้างจากหน่วยข่าวกรองของรัสเซียให้ล้วงข้อมูลจากอเมริกาด้วยซอฟต์แวร์ความปลอดภัย ทำให้รายได้ของบริษัทนั้นลดลงอย่างมากในตลาดอเมริกาเหนือ (แต่ในตลาดอื่นยังคงเติบโตอยู่) และซอฟต์แวร์ของเขาถูกแบนจากหน่วยงานภาครัฐของอเมริกาเนื่องจากโปรแกรมแอบไปคัดลอกไฟล์สำคัญ

ล่าสุด Eugene Kaspersky ซีอีโอของบริษัทได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ออฟฟิศของบริษัทในลอนดอน ซึ่งเขายืนยันว่าหน่วยข่าวกรองของรัสเซียไม่เคยสั่งให้มาล้วงข้อมูลเลย ในขณะที่ทุกวันนี้บริษัทของเขาต้องพบกับรายงานจากสื่อหลายสำนักและคำแถลงจากหน่วยงานภาครัฐของอเมริกาจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อมูลแนวชี้นำไปในทางที่ผิด และไม่เป็นความจริง พร้อมกล่าวคำว่า "ถ้ารัฐบาลรัสเซียมาหาผมและให้ผมทำในสิ่งที่ผิด หรือพนักงานของผม ผมจะย้ายธุรกิจออกไปนอกรัสเซีย"

ทั้งนี้ Kaspersky ยืนยันว่าบริษัทของเขาไม่เคยช่วยการจารกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัสเซียหรือประเทศอื่นก็ตาม ผลิตภัณฑ์ของ ​Kaspersky ถูกออกแบบมาเพื่อหยุดการโจมตี, ระบุโค้ดอันตราย ไม่ใช่การสอดแนมลูกค้า และบริษัทจะต่อสู้เพื่อชื่อเสียงของเรา

ที่มา - Reuters

Eugene Kaspersky ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Kaspersky ภาพจากบล็อกของ Kaspersky

Topics: KasperskyRussia
Categories: Technology

Xiaomi เปิดตัวบอร์ด ESP32 ของตัวเองราคา 15 หยวน เตรียมเปิดตัว SDK ใช้คู่กัน

Blog None - Wed, 11/29/2017 - 11:08

Xiaomi ประกาศเปิดตัวบอร์ด ESP32 ของตัวเองในงาน Xiaomi IoT Developer Conference พร้อมกับ SDK โอเพนซอร์สตัวใหม่ โดยตัวบอร์ดมีราคา 15 หยวนหรือประมาณ 80 บาทเท่านั้น

ตอนนี้ตัว SDK ยังมีแค่ repository ใน GitHub แต่ยังไม่มีโค้ดอะไรออกมา ระบุเพียงสัญญาอนุญาตเป็น Apache 2.0 เท่านั้น ขณะที่ตัวบอร์ดใช้โมดูล ESP-WROOM-320

เอกสารของ Xiaomi ระบุว่าการสั่งซื้อมีสองแบบคือแบบนักพัฒนาที่ซื้อปลีกไม่กี่บอร์ด และแบบซื้อเพื่อผลิตสินค้า จะเป็นการซื้อ 500 บอร์ดขึ้นไป

ที่มา - Facebook: Teo Swee Ann, CNX Software

Topics: XiaomiInternet of Things
Categories: Technology

อดีตเด็กฝึกงาน SpaceX ตั้งทฤษฎี Elon Musk อาจเป็นคนสร้าง Bitcoin

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 14:39

มีการอ้างตัวหรือสร้างทฤษฎีกันเป็นระยะ ที่กล่าวอ้างถึงตัวจริงของ Satoshi Nakamoto หรือผู้สร้าง Bitcoin ที่ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงคือใคร โดยล่าสุด Sahil Gupta อดีตเด็กฝึกงานวิศวกรซอฟต์แวร์ของ SpaceX ได้สร้างทฤษฎีขึ้นบน Medium ของตัวเองที่ระบุว่า Elon Musk อาจจะเป็น Satoshi Nakamoto ก็ได้

Gupta เสนอว่าเปเปอร์เรื่อง Bitcoin ถูกเขียนขึ้นในปี 2008 โดยคนที่รู้จริงเรื่องเศรษฐศาสตร์และการเข้ารหัส ซึ่ง Musk ก็มีความสามารถในด้านนี้ ไปจนถึงเชี่ยวชาญภาษา C++ ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เขียน Bitcoin ขึ้นมา Gupta ยังบอกอีกว่า Musk เป็นคนที่เชี่ยวชาญรอบด้านและเป็นคนที่นำความรู้มาประยุกต์ ซึ่งก็คงไม่แปลกหากเขาจะเป็นคนคิดค้น Bitcoin ขึ้นมา

Gupta อ้างถึงทวีตหนึ่งของ Elon Musk ที่เขาอาจจะยอมรับเรื่องการเป็นผู้คิดค้น Bitcoin กลายๆ ด้วย

@X4NWO Well, now that Satoshi Nakamoto has been discovered, I guess it is case closed ... :)

— Elon Musk (@elonmusk) March 14, 2014

ทั้งนี้ทั้งนั้นทฤษฎีนี้ดูไม่มีนำหนักมากนัก เพราะอย่างน้อยๆ ถ้า Musk คือ Nakamoto จริง Musk คงนำเหรียญกว่า 1 ล้าน BTC มาเพิ่มสภาพคล่องให้กับ Tesla ที่กำลังประสบปัญหาการผลิตอยู่ตอนนี้ไปนานแล้ว

ที่มา - Medium via Entrepreneur

Topics: Elon MuskBitcoin
Categories: Technology

ผู้ใช้ iOS 11 บางส่วน ยังพบปัญหาแก้คำผิด คราวนี้พิมพ์ it ได้ I.T

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 11:49

ก่อนหน้านี้มีบั๊กแก้คำผิดเมื่อพิมพ์ i กลายเป็น A บน iOS 11.1 ที่ต่อมาได้รับการแก้ไขใน iOS 11.1.1 แต่ล่าสุดมีผู้ใช้ iOS บางส่วนบอกว่ายังพบปัญหาการแก้ไขคำผิด ซึ่งคราวนี้แก้ไขคำว่า it เป็น I.T ให้เสียอย่างนั้น

โดยพบว่าเมื่อพิมพ์คำว่า it ซึ่งเป็นคำสรรพนามพื้นฐานในการสนทนาภาษาอังกฤษ แล้วเคาะเว้นวรรคเพื่อพิมพ์คำถัดไป ตัวแก้คำอัตโนมัติจะปรับเป็น I.T ให้ทุกครั้ง นอกจากนี้ผู้ใช้บางรายยังพบปัญหาคล้ายกันเมื่อพิมพ์คำว่า is ก็แก้ไขเป็น I.S ด้วย

ถ้ายังไม่ปวดหัวพอ เมื่อแก้ไขปัญหาแบบชั่วคราวด้วยการบังคับคำใน Settings > General > Keyboard > Text Replacement ก็ยังมีผู้ใช้รายงานว่าไม่ช่วยให้ปัญหานี้หายไปด้วย ฉะนั้นทางแนะนำตอนนี้ (ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น) คือปิดการใช้ auto-correction และ predictive suggestions ไปก่อนนั่นเอง

แอปเปิลยังไม่ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดของปัญหานี้

ที่มา: MacRumors

ภาพจาก Twitter @Sean_w_924

Topics: iOS 11AppleBugiOS
Categories: Technology

Vitalik Buterin เผยแผนการ Ethereum 2.0 จะเริ่มนำระบบ Sharding มาใช้งาน

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 11:03

Vitalik Buterin ผู้ก่อตั้ง Ethereum ไปพูดที่งาน Beyond Block ในไต้หวัน และเล่าถึงแผนการอัพเกรดเป็น Ethereum 2.0

Buterin พูดถึงปัญหาสำคัญที่พบจากการใช้งาน Ethereum ทั้งหมด 4 ประการ ได้แก่

  • ความเป็นส่วนตัว ถึงแม้ระบบที่อยู่ใน Ethereum จะเป็นรหัส แต่ก็มีคนเผลอไปผูกชื่อของตัวเองกับรหัสเงิน ทำให้ตามรอยกลับได้
  • การยืนยันการประมวลผล (consensus) ที่ปัจจุบันใช้แนวทาง proof of work ที่เปลืองพลังงานประมวลผลมาก ในอนาคตต้องเปลี่ยนเป็น proof of stake แทน
  • ความปลอดภัยของการเขียนโปรแกรมแบบ Smart Contract ที่อาจมีบั๊กและเป็นช่องโหว่ให้ขโมยเงินได้
  • Scalability การให้ Ethereum ถูกใช้งานในวงกว้าง ต้องประมวลผลได้เยอะและเร็วกว่าในปัจจุบันอีกมาก

แนวทางที่ Buterin เสนอเพื่อแก้ปัญหา scalability คือการทำ sharding หรือแบ่งส่วนของบล็อคมาแยกประมวลผล โดยเขาเรียกแต่ละส่วนว่า universe และการประมวลผลธุรกรรมใน universe เดียวกันจะทำได้เร็วกว่าเดิมมาก ในขณะที่การส่งข้อมูลข้าม universe อาจต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์ แนวคิด sharding จะยังรักษาความปลอดภัยด้วยการแชร์ consensus เดียวกัน ดังนั้นถ้าต้องการยึด universe ก็ต้องยึดทั้งหมดทุกอัน ไม่สามารถเจาะเข้ามาเพียงอันเดียวได้

ตอนนี้แผนการ Ethereum 2.0 ยังเพิ่งเริ่มต้น ผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลของ sharding ได้จาก GitHub ของ Ethereum

หมายเหตุ: แนวคิด sharding ถูกใช้กันมานานแล้วในวงการฐานข้อมูล หรือระบบเซิร์ฟเวอร์ของเกมออนไลน์แบบ MMO (Wikipedia)

ที่มา - Tom's Hardware, Trustnodes

Topics: EthereumCryptocurrency
Categories: Technology

Blizzard เปิดตัว Path to Pro ระบบลีคเพื่อก้าวสู่นักกีฬา Overwatch ระดับมืออาชีพ

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 11:03

ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สำหรับ Overwatch League ที่จะเริ่มการแข่งขันในเดือนมกราคม 2018 ล่าสุด Blizzard ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดของ Overwatch Path to Pro ระบบลีคสำหรับผู้เล่นที่ต้องการจะก้าวเข้ามาสู่การเป็นนักกีฬา Overwatch ระดับมืออาชีพอย่างเต็มตัว โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับดังนี้

Overwatch League
ลีคการแข่งขันระดับสูงสุดของ Overwatch

Overwatch Contenders
ในเดือนมีนาคม 2018 Blizzard จะรวมเอาลีคระดับภูมิภาคที่มีอยู่แล้วอย่าง Overwatch APEX, Overwtch Premier Series และ Overwatch Pacific Championship ให้มาอยู่ภายใต้รายการ Overwatch Contenders โดยเปลี่ยนชื่อเป็น Contenders Korea, Contenders China และ Contenders Pacific ตามลำดับ พร้อมทั้งเปิดตัวรายการ Contenders ในอีก 2 ภูมิภาคคือ ออสเตรเลีย และ อเมริกาใต้ และเมื่อรวมกับรายการ Contenders เดิมที่มีอยู่แล้วใน อเมริกาเหนือ และ ยุโรป จะทำให้มีรายการ Overwatch Contenders ทั้งสิ้น 7 ภูมิภาคด้วยกัน

ภายใน 1 ปี ทั้ง 7 ภูมิภาคนี้จะทำการแข่งขันกัน 3 ซีซั่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้เล่นได้พิสูจน์ตัวเองและพัฒนาฝีมือของตัวเองมากกว่าที่เคย พร้อมทั้งช่วยให้แมวมองของทีมจาก Overwatch League สามารถเห็นผลงานและดึงตัวผู้เล่นไปร่วมทีมได้ง่ายขึ้น

Overwatch Open Division
ลีคเปิดสำหรับผู้เล่นที่สนใจทำทีมเพื่อแข่งขันในระดับที่จริงจังขึ้นซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2018 โดยจะมีขึ้นใน 7 ภูมิภาคเช่นเดียวกับ Overwatch Contenders

ในช่วงปิดฤดูกาลของรายการ Contenders 4 ทีมที่ทำผลงานดีที่สุดใน Open Division ของแต่ละภูมิภาคจะถูกเชิญเข้าร่วมการแข่งขัน Contenders Trials ทัวร์นาเมนต์ 8 ทีมเพื่อหาทีมตกชั้น-เลื่อนชั้นสำหรับ Overwatch Contenders ในซีซั่นถัดไป โดยรายการนี้จะเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2018

นับว่าเป็นความพยายามครั้งยิ่งใหญ่ของ Blizzard และ Overwatch ที่ต้องการจะยกระดับการแข่งขัน eSports ให้มีความใกล้เคียงลีคกีฬาระดับอาชีพมากขึ้นและสร้าง ecosystem ให้ปูเส้นทางผู้เล่นหน้าใหม่ขึ้นมาเป็นมืออาชีพได้ชัดเจนขึ้น

ที่มา: Overwatch League

Topics: OverwatchOverwatch LeagueeSportBlizzard
Categories: Technology

Samsung พัฒนา "ลูกบอลกราฟีน" ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แบตเตอรี่

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 11:00

สถาบันวิจัย SAIT (Samsung Advanced Institute of Technology) ของ Samsung ประสบความสำเร็จในการสังเคราะห์ "ลูกบอลกราฟีน" ซึ่งจะถูกนำมาใช้งานเสริมกับแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน ช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานดีขึ้นทั้งเรื่องการเก็บประจุ และการชาร์จไฟใหม่

ทีม SAIT ระบุว่าการใช้ลูกบอลกราฟีนจะช่วยให้แบตเตอรี่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น 45% และชาร์จไฟใหม่ได้เร็วกว่าเดิม 5 เท่า (ลดจาก 1 ชั่วโมงลงมาเหลือ 12 นาที) นอกจากนี้ การใช้ลูกบอลกราฟีนก็ยังทำให้สามารถรักษาระดับอุณหภูมิของแบตเตอรี่ในขณะใช้งานและชาร์จไฟไว้ไม่ให้เกิน 60 องศาเซลเซียส ผ่านตามเกณฑ์การใช้งานแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

SAIT ใช้อนุภาคนาโนที่เป็นซิลิกามาผ่านกระบวนการ CVD (เป็นกระบวนการทางเคมีอย่างหนึ่งที่นิยมใช้เพื่อการสร้างสารประกอบ มีใช้งานในอุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำกันอย่างแพร่หลาย) โดยทำในเตาเผาอุณหภูมิ 1,000 องศาเซลเซียส และใช้ก๊าซมีเทนเป็นตัวทำปฏิกิริยาเพื่อสร้างลูกบอลกราฟีน ซึ่งผลที่ได้ก็คือกราฟีนที่มีรูปทรงเป็นก้อนหน้าตาคล้ายข้าวโพดคั่ว โดยมันจะถูกนำมาทำเป็นขั้วไฟฟ้าแอโนดและแคโธดของแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน

Samsung ได้จดสิทธิบัตรงานวิจัยลูกบอลกราฟีนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งในเกาหลีใต้และในสหรัฐอเมริกา

ที่มา - ZDNet, เอกสารงานวิจัย

Topics: SamsungBatteryResearch
Categories: Technology

Niantics ปล่อย Ho-Oh บน Pokemon Go ให้จับถึง 12 ธันวาคมนี้เท่านั้น

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 10:52

หลังทยอยปล่อยโปเกมอนในตำนานออกมาเรื่อยๆ ล่าสุดเป็นคิวของโฮโอ (Ho-Oh) โปเกมอนนกสายรุ้งจากภาคเจน 2 ที่จะออกมาให้จับผ่าน Raid Battles ได้ทั่วโลก ไม่มีจำกัดพื้นที่ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 ธันวาคมนี้

การปล่อยโฮโอให้จับถือเป็นของขวัญจาก Niantics จากกิจกรรม Global Catch Challenge เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ที่มา - @PokemonGoApp via Polygon

Thanks to all your hard work last week, Ho-Oh will appear in Raid Battles until 12/12! #PokemonGOtravel #GlobalCatchChallenge https://t.co/YfyBGwfTux pic.twitter.com/mdGoFByyQl

— Pokémon GO (@PokemonGoApp) November 27, 2017

Topics: PokemonNiantic LabsGames
Categories: Technology

รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Waymo วิ่งบนถนนสาธารณะครบ 4 ล้านไมล์แล้ว

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 10:36

Waymo บริษัทรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติภายใต้ Alphabet ประกาศความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติว่า ตอนนี้กลุ่มรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Waymo สามารถวิ่งออกบนถนนสาธารณะได้ครบถึง 4 ล้านไมล์แล้ว โดยสามารถเก็บข้อมูลเพื่อการนำมาพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติได้เป็นอย่างดี

ในโอกาสนี้ Waymo ได้เผยสถิติของรถยนต์ไร้คนขับของตนเองดังนี้ คือ

  • ระยะล้านไมล์ล่าสุด Waymo ใช้เวลาเก็บเพียง 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งต่างกับล้านไมล์แรกที่ใช้เวลาถึง 18 เดือน ถือว่าเป็นการพัฒนาที่รวดเร็วมาก
  • มีเมืองทั้งหมด 23 เมืองที่ Waymo ได้ไปทดสอบรถยนต์มาแล้ว คือไปทุกสะพานใน Bay Area ทุกหุบเขาใน Santa Cruz และผ่านพายุฝุ่นในเมือง Arizona มาแล้ว
  • มีสถานการณ์ที่แตกต่างกันมากกว่า 2 หมื่นแบบที่ Waymo ได้ทดสอบในพื้นที่ทดสอบปิด โดยสถานการณ์เหล่านี้มาจากสถานการณ์จริงที่พบเจอได้บนถนนสาธารณะ เพื่อให้ระบบสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้เป็นอย่างดี
  • ระยะทาง 2.5 พันล้านไมล์ใช้เวลาการขับเพียงปีเดียวในแบบจำลอง โดยรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเสมือน 25,000 คันสามารถฝึกสถานการณ์ได้ในแบบจำลอง เพื่อทำให้การเรียนรู้สถานการณ์เป็นไปได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Waymo เตรียมจะเปิดโครงการทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติกับผู้ใช้งานจริง คือผู้ใช้สามารถนั่งรถยนต์เหล่านี้ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองได้เลย แต่ทั้งนี้ Waymo ก็ยังคงมีความท้าทายที่ต้องพบอีก คือตอนนี้ทาง Waymo ยังใช้วิธีจับมือกับพาร์ทเนอร์บริษัทรถยนต์และบริษัทซ่อมบำรุงรถอยู่ หากจะทำธุรกิจรถยนต์จริง ๆ ก็จะยังพัฒนาเทคโนโลยีได้ไม่เต็มที่นักเพราะไม่ใช่การควบบริษัท

ที่มา - Waymo (Medium)

ภาพโดย Waymo

Topics: WaymoGoogle Self-Driving CarSelf-Driving CarAutomobileAlphabet
Categories: Technology

Razer ยืนยันอีกเสียง ตัดพอร์ทหูฟังทำให้ Razer Phone ได้แบตเพิ่มและเสียงดีกว่า

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 10:33

การยกเลิกใช้พอร์ทหูฟังกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ฝั่งผู้ใช้งานก่นด่ากันมากที่สุด ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตก็พยายามอธิบายข้อดีต่างๆ นานา โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพเสียง ซึ่ง Razer เป็นรายล่าสุดที่ออกมายืนยันข้อดีของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หลังตัดพอร์ทหูฟังออกจาก Razer Phone

Min-Liang Tan ซีอีโอของ Razer พูดถึงประเด็นนี้ในเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่าการตัดพอร์ทหูฟังออก ทำให้ Razer Phone ได้แบตเตอรี่เพิ่มมาราวๆ 500 mAh และการจัดการความร้อนที่ดีขึ้น รวมไปถึงมีระบบเสียงที่ดีกว่าจาก DAC ที่ได้รับการรับรองจาก THX และรองรับการเล่นไฟล์ 24bit

ที่มา - Min-Liang Tan via Android Police

Topics: RazerMobile
Categories: Technology

ทำเนียบขาวกำลังพิจารณานโยบายห้ามพนักงานใช้โทรศัพท์ส่วนตัวในที่ทำงาน

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 10:11

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทำเนียบขาวแห่งสหรัฐฯ เตรียมแบนการใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวขณะทำงาน เนื่องจากความเป็นกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายของทำเนียบขาวมากจนเกินไป และโทรศัพท์ส่วนตัวนั้นไม่มีความปลอดภัยเพียงพอเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ของทางรัฐบาล โดย John Kelly หัวหน้าพนักงานของทำเนียบขาวเป็นผู้นำในการผลักดันการแบนโทรศัพท์ส่วนตัวในครั้งนี้ (Kelly เคยถูกแฮกมือถือส่วนตัวเมื่อต้นปี)

ปัจจุบันทำเนียบขาวมีข้อกำหนดการใช้อุปกรณ์ไร้สายส่วนตัวอยู่แล้ว อย่างเช่นบังคับว่าทุกคนต้องวางโทรศัพท์ไว้ข้างนอกห้องประชุมซึ่งมักจะมีการพูดคุยถึงประเด็นสำคัญ แต่มาตรการใหม่นี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะใช้เมื่อไร ซึ่งมีบางคนกังวลกับมาตรการนี้ว่าหากบังคับใช้แล้วอาจทำให้เกิดผลที่ตามมาที่ยุ่งเหยิงมากยิ่งขึ้น

โทรศัพท์มือถือที่ทางรัฐบาลจัดหาไว้ให้นั้น ไม่สามารถส่งข้อความได้ ซึ่งการส่งข้อความเป็นวิธีการบอกครอบครัวที่ดีที่สุดว่าตอนนี้กำลังงานยุ่ง และพนักงานบางคนก็กังวลการถูกกล่าวหาว่าใช้ทรัพยากรของรัฐสิ้นเปลืองถ้าใช้โทรศัพท์ที่ทางรัฐบาลจัดให้ในเรื่องส่วนตัว ทั้งยังมีการเก็บข้อมูลการโทรส่วนตัวอีกด้วย และทุกวันนี้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ของทำเนียบขาวก็บล็อกเว็บไซต์บางเว็บ อย่างเช่น Gmail และ Google Hangouts ไปแล้ว ทำให้พนักงานไม่สามารถใช้งานบัญชีอีเมลส่วนตัวได้ในขณะทำงาน

ส่วนฝั่งผู้ที่เห็นด้วยกับนโยบายใหม่ ก็เป็นกังวลการใช้โทรศัพท์ส่วนตัว เนื่องจากพนักงานอาจใช้เพื่อติดต่อกับนักข่าว เพื่อความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องออกนโยบายป้องกัน

ที่มา - Bloomberg

Topics: WhitehouseUSASecurity
Categories: Technology

SpaceX ขายหุ้นระดมทุนครั้งใหม่ ได้เงินเพิ่ม 100 ล้านดอลลาร์

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 10:09

SpaceX บริษัททำธุรกิจด้านอวกาศของ Elon Musk ได้ระดมทุนรอบใหม่ด้วยการขายหุ้นมูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.26 พันล้านบาท เพิ่มจากการระดมทุนรอบก่อนๆ ในปีนี้ที่เคยได้เงินมาแล้ว 350 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ขณะนี้มูลค่าบริษัท SpaceX เพิ่มมาอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.8 แสนล้านบาท)

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา SpaceX ได้ปล่อยดาวเทียมให้กองทัพสหรัฐอเมริกาด้วยจรวด Falcon 9 ซึ่งเป็นการหยุดการผูกขาดภารกิจนี้ที่ Lockheed Martin และ Boeing เป็นผู้ทำมาตลอด 10 ปี

ที่มา - Fortune

Topics: SpaceX
Categories: Technology

AWS เปิดโครงการให้ทุนสนับสนุนการใช้แพลตฟอร์มคลาวด์ทำวิจัยด้าน machine learning

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 09:34

AWS เปิดตัวโครงการให้เงินทุนสำหรับการวิจัยด้าน machine learning ในชื่อว่า AWS Machine Learning Research Awards โดยใช้คลาวด์ของ Amazon โดยจะให้เป็นรางวัลกับสถาบันที่ทำการวิจัย และเครดิตในการใช้แพลตฟอร์ม AWS เพื่อช่วยดึงดูดให้นักวิจัยมาใช้แพลตฟอร์มของ AWS มากยิ่งขึ้น

นอกจากการได้รับเงินทุนแล้ว Amazon จะมีระบบสอนการใช้งานระบบ machine learning บน AWS และร่วมเรียนรู้กับวิศวกรจาก Amazon ให้กับผู้ที่ทำวิจัยอีกด้วย รวมถึงมีโอกาสได้รับเชิญจาก Amazon มาเข้าร่วมงานสัมมนาที่สำนักงานใหญ่ใน Seattle เพื่อให้มาสนทนาแลกเปลี่ยนงานวิจัยกับวิศวกรหรือนักวิจัยคนอื่น ๆ โดยก่อนหน้านี้ Amazon ก็เคยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่งในการทำวิจัยมาแล้ว เช่น Carnegie Mellon University, the California Institute of Technology (Caltech), Harvard Medical School, the University of Washington และ the University of California, Berkeley.

ที่มา - VentureBeat

Topics: AWSMachine LearningResearchAmazon
Categories: Technology

รัสเซียจะใช้ฐานยิงจรวดแห่งใหม่ปล่อยดาวเทียมหลายดวงช่วงเที่ยงวันนี้

Jimmy Blog - Tue, 11/28/2017 - 09:20

รัสเซียเตรียมใช้ฐานยิงจรวด Vostochny Cosmodrome ปล่อยดาวเทียม 12:41 วันนี้ตามเวลาไทย

จรวดโซยุส 2.1b ในฐานส่งจรวดแห่งใหม่ที่วอสตอคนีคอสโมโดรม (Vostochny) ทางตะวันออกไกลใกล้ชายแดนจีนซึ่งจะทำหน้าที่เป็นฐานส่งจรวดหลักแทนฐานส่งจรวดไบโคนูร์คอสโมโดรม ในประเทศคาซัคสถาน พร้อมที่จะส่งดาวเทียมตรวจอากาศของรัสเซียและดาวเทียมขนาดเล็กอีกนับสิบดวงทั้งจากสหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น นอร์เวย์ สวีเดนและเยอรมัน ช่วงเที่ยงเศษของวันนี้ตามเวลาไทย

การย้ายฐานปล่อยมาอยู่ในเขตประเทศตัวเองทำให้รัสเซียสามารถส่งจรวดได้สะดวกกว่า ได้จำนวนครั้งมากกว่า ที่แล้วๆมาที่ใช้ฐานปล่อยในประเทศคาซัคสถาน (แน่นอน สำหรับภารกิจลับด้วย)

ดาวเทียมตรวจอากาศของรัสเซียที่จะส่งขึ้นวงโคจรวันนี้คือ Meteor M2-1 ซึ่งมีอายุใช้งาน 5 ปี ทำหน้าที่หลักๆคือเก็บข้อมูลด้านสภาพอากาศ การถ่ายภาพพื้นผิวและอื่นๆให้แก่ Roshydromet หน่วยงานด้านสภาพอากาศของรัฐบาลรัสเซีย (ตามคลิปด้านบนคือการเตรียมดาวเทียมก่อนส่งขึ้นวงโคจร)

หลังออกจากฐานปล่อยแล้ว เมื่อจรวด โซยุส 2.1b ใช้พลังขับดันจากบูสเตอร์ 4 ตัวในท่อนขับดันจนหมด ก็จะปลดท่อนขับดันหรือจรวดท่อนล่างให้ตกลงในป่าไซบีเรีย จากนั้นจรวดท่อนบนก็จะใช้เครื่องยนต์ขับดันรุ่น RD-0124  ส่งแรงต่อไปถึงวงโคจรที่ระดับความสูง 826 กิโลเมตร เพื่อปล่อยดาวเทียมตรวจอากาศ Meteor M2-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงใหญ่สุดของภารกิจนี้ที่มีน้ำหนักถึง 2,750 กิโลกรัม

จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 15:00 ตามเวลาไทย จรวดก็จะเปลี่ยนวงโคจรลงล่างเพื่อปล่อยดาวเทียมขนาดเล็กอีก 18 ดวง เริ่มจากดาวเทียมจิ๋ว IDEA OSG 1 s จากบริษัท Astroscale ของญี่ปุ่นซึ่งจะทำหน้าที่ในการตรวจปริมาณ “ขยะอวกาศ” เพื่อวางแผนกำจัดต่อไปในอนาคต (ตามรูปแรกใต้คลิป)

จากนั้นจะปรับความสูงให้ลดลงมาที่ 600 กิโลเมตรเหนือผิวโลกเพื่อปล่อยดาวเทียมจิ๋วๆอีก 16 ดวง

เริ่มจากเวลา 15:15 ตามเวลาไทย จะปล่อยดาวเทียม Baumanets 2 น้ำหนัก 86 กิโลกรัม ที่สร้างโดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Bauman Moscow State Technical University ซึ่งบรรจุระบบทดสอบการสื่อสาร กล้องถ่ายภาพและการทดลองต่างๆเอาไว้

อีก 2-3 นาทีจากนั้นจะปล่อยดาวเทียมจิ๋ว AISSat 3 หนัก 6.5 กิโลกรัมของศูนย์อวกาศนอร์เวย์

หลังจากนั้นจะปล่อยดาวเทียมลูกเต๋า หรือ CubeSats  ของประเทศต่างๆอีก 14 ดวง เช่นดาวเทียม Landmapper-BC จำนวน 2 ดวง หนักดวงละ 10 กิโลกรัม จากบริษัท Astro Digital ของสหรัฐฯ

ดาวเทียม Lemur-2 จำนวน 2 ดวง หนักดวงละ 4.5 กิโลกรัม จากบริษัท Spire Global  ของสหรัฐฯ อีกเช่นกัน

นอกจากนั้นก็มีดาวเทียม D-Star One ของเยอรมัน ดาวเทียม LEO Vantage 2 ของแคนาดา และอื่นๆ

เรียกว่าการปล่อยจรวดรอบนี้คุ้มมาก

ที่มา https://spaceflightnow.com/2017/11/27/soyuz-rocket-set-for-launch-from-russias-new-cosmodrome/

เรียบเรียงโดย @MrVop

Categories: Technology

Facebook อัพเกรดเทคโนโลยี AI เพื่อระบุการฆ่าตัวตายของผู้ใช้โดยดูจากพฤติกรรม

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 08:41

Mark Zuckerberg ประกาศว่า Facebook ได้อัพเกรดเครื่องมือ AI สำหรับการระบุความคิดในการฆ่าตัวตายบน Facebook เพื่อให้ป้องกันเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที (Facebook ประกาศเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงต้นปี) ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว AI สามารถช่วย Facebook ตอบสนองกับปัญหาได้เร็วกว่าเดิม 100 เท่า

AI แบบอัพเกรดใหม่ของ Facebook จะใช้การจำแนกแพทเทิร์นเพื่อระบุสัญญาณการฆ่าตัวตายของผู้ใช้ อย่างเช่นการคอมเมนต์หรือโพสต์ (ไม่ใช่นำข้อมูลมาจากการรายงานของผู้ใช้คนอื่น ๆ) จากนั้นก็จะรายงานไปยังทีมที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลกเพื่อเหลือช่วยผู้ใช้ให้ทันเวลา และในอนาคต AI จะสามารถเข้าใจถึงความละเอียดของภาษามากยิ่งขึ้นเพื่อให้ระบุถึงปัญหาที่มากกว่าการฆ่าตัวตาย อย่างเช่นการคุกคามหรือความเกลียดชัง

Facebook ได้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ Save.org และ National Suicide Prevention Lifeline, Forefront Suicide Prevent เพื่อที่จะป้องกันการฆ่าตัวตายให้ได้ดียิ่งขึ้น โดยปัจจุบันการฆ่าตัวตายถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการตายของคนวัยเยาว์ ซึ่งการใช้ AI เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นก้าวที่ดีของการพัฒนา AI

ที่มา - Mark Zuckerberg (Facebook)

Topics: FacebookArtificial IntelligenceSuicide
Categories: Technology

Microsoft ออกแอพเรียนรู้ภาษาจีนโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วยสอนในแอพ

Blog None - Tue, 11/28/2017 - 08:20

Microsoft ออกแอพใหม่สำหรับการเรียนภาษาจีนในชื่อว่า Learn Chinese โดยเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วบน iOS โดยมีระบบ AI เพื่อช่วยในการเรียนรู้ภาษา และแก้ปัญหาด้านเวลาเรียนรู้ที่จำกัดในห้องเรียน รวมถึงปัญหาเรื่องการออกเสียงจากการเรียนที่บ้านด้วยหนังสือหรือวิดีโอที่ไม่มีผู้ให้คะแนนว่าการออกเสียงว่าถูกต้องหรือไม่

Frank Soong นักวิจัยที่พัฒนาระบบโมเดล machine learning ที่ใช้ในแอพกล่าวว่า แอพนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเอาไว้ใช้แทนอาจารย์ที่เป็นมนุษย์ แต่จะเป็นผู้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ เพราะอาจารย์ที่เป็นคนมีเวลาเสริมทักษะให้ผู้เรียนจำกัดแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีอย่างเช่นการเรียนแบบตัวต่อตัว แอพนี้จะช่วยให้ผู้เรียนดำเนินการเรียนต่อไปได้แม้ว่าจะไม่มีอาจารย์ที่เป็นคนอยู่ก็ตาม (Soong ยังเคยทำ Xiaoying แชทบอทเรียนภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์ม WeChat อีกด้วย)

เทคโนโลยีเบื้องหลังของแอพนี้ มีทั้ง AI และ deep neural network ที่ถูกปรับแต่งโดยทีมพัฒนา เพื่อระบุว่าผู้เรียนกำลังพูดอะไรและประเมินการออกเสียง โดยใช้โมเดลที่ถูกเทรนจากข้อมูลจากเจ้าของภาษา และใช้เทคโนโลยี text-to-speech โดยผู้ใช้จะได้รับคะแนนประเมินการออกเสียงและรวมถึงไฮไลต์คำเพื่อบอกว่าคำไหนควรปรับปรุงบ้าง พร้อมมีเสียงตัวอย่างให้เพื่อเรียนวิธีการพูดที่ถูกต้อง

ภายในแอพ มีสองโหมด คือระดับเริ่มต้น และระดับกลาง โดยระดับเริ่มต้นจะช่วยให้ผู้ใช้เรียนคำและประโยคสั้น ๆ ก่อน จากนั้นก็จะใช้วิธีฝึกแบบ read-after-me และบทสนทนาเพื่อฝึกสิ่งที่เพิ่งจะเรียนมา ส่วนระดับกลางจะให้ผู้เรียนจะเป็นการเรียนรู้แบบ interactive เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ดำเนินเรื่องไปยังสถานการณ์เสมือนจริง อย่างเช่นการเช่าอพาร์ทเมนต์ หรือสั่งอาหาร

สำหรับผู้ที่สนใจแอพสามารถดาวน์โหลดได้แล้วทาง App Store

ที่มา - Microsoft

ภาพโดย Microsoft

Topics: MicrosoftMobile AppChinese
Categories: Technology

Pages