Blog None

Subscribe to Blog None feed
Blognone is Thai, Slashdot-liked, tech news site.
Updated: 3 days 24 min ago

ฝรั่งเศสเตรียมออกกฎอนุญาตให้ใช้บล็อกเชนเทรดหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาด

Sat, 12/09/2017 - 21:55

รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมออกกฎใหม่เพื่อให้ใช้บล็อกเชนทำการเทรดหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เปิดช่องทางให้ธนาคารและบริษัทฟินเทคสามารถสร้างแพลตฟอร์มบล็อกเชนสำหรับเทรดหลักทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในตลาด เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากตัวกลางอย่างโบรกเกอร์หรือธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian)

Bruno Le Maire รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฝรั่งเศสกล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีใหม่นี้จะเปิดให้บริษัทฟินเทคและบริษัทด้านการเงินอื่น ๆ พัฒนาหนทางในการเทรดหลักทรัพย์ที่เร็วกว่า, ถูกกว่า, โปร่งใสกว่า และปลอดภัยกว่า ซึ่งกฎนี้จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ปารีสเป็นที่น่าดึงดูดในการเป็นศูนย์กลางทางการเงิน

ปัจจุบัน รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังหาหนทางเพื่อทำให้ปารีสกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินมากมาย โดยออกนโยบายตั้งแต่ลดภาษี ไปจนถึงคำมั่นสัญญาว่าจะจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติจำนวนมากยิ่งขึ้น และการเปิดให้โอกาสให้ใช้บล็อกเชนในการเทรดหลักทรัพย์ก็เป็นหนึ่งในนโยบายเพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติให้เข้ามาทำธุรกิจในฝรั่งเศสมากขึ้น

ที่มา - Reuters

ภาพประกอบจาก Wikimedia

Topics: FranceBlockchainFinTech
Categories: Technology

Telegram ออกอัพเดต: ส่งภาพเป็นอัลบั้มใน Secret Chat, เพิ่มตัวเลือกใช้โหมด peer-to-peer เมื่อโทรผ่านแอพ

Sat, 12/09/2017 - 20:06

Telegram ออกอัพเดตเวอร์ชัน 4.6 ทั้งบน iOS และ Android โดยมีฟีเจอร์ใหม่ดังนี้

  • เพิ่มการตั้งค่าสำหรับการดาวน์โหลดสื่ออัตโนมัติ และการบันทึกภาพที่อีกฝ่ายส่งมา
  • ปาดซ้ายบนข้อความใด ๆ เพื่อตอบกลับ (เฉพาะ iOS)
  • ลิงก์พรีวิวสำหรับ Instagarm และ Twitter ที่มีรูปภาพหลายรูปจะแสดงรูปครบทั้งหมด จากเดิมที่แสดงแค่รูปเดียว
  • ข้อความในช่องสาธารณะและกลุ่มสามารถฝังด้วยการใช้ HTML-widget ได้
  • Secret Chats รองรับการใช้งานระบบอัลบั้ม
  • รองรับ MTProto 2.0
  • เพิ่มตัวเลือกบังคับใช้งานโหมด peer-to-peer ในการโทรติดต่อกับที่อยู่ติดต่อใด ๆ ผ่าน Telegram
  • แก้ปัญหาแอพแครชบน iOS 6
  • ปรับปรุงความเร็วตอนเปิดแอพและความเร็วโดยรวม

ที่มา - Telegram (Twitter)

Topics: Telegram
Categories: Technology

Steve Wozniak เผยเขามี iPhone X ใช้แล้ว เพราะ Tim Cook เอามาให้

Sat, 12/09/2017 - 17:59

Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิลไปร่วมพูดในงาน Pivot Summit โดยเขาได้พูดในหลายประเด็นที่น่าสนใจ รวมทั้ง iPhone X ที่เขาบอกว่าจะไม่ไปซื้อตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้าที่เขามักไปซื้อวันแรก

Wozniak บอกว่าหลังเขาพูดออกสื่อเรื่อง iPhone X แบบนั้น ซีอีโอแอปเปิล Tim Cook ก็ได้นำ iPhone X มาให้เขาใช้งานเป็นการส่วนตัวเลย ซึ่งเขาบอกว่า "ก็ชอบอยู่นะ"

เขายังพูดถึงประเด็นอื่น ว่าคนมักเทียบสตีฟ จ็อบส์ กับ Elon Musk ซึ่งเขามองว่าทั้งคู่มีแนวคิดไม่เหมือนกัน แต่วิสัยทัศน์นั้นเหมือนกันคือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการตนเอง สุดท้ายเขาพูดถึง Bitcoin ว่า เคยลงทุนตั้งแต่ช่วงแรกๆ เพื่อทดลองดู แต่เมื่อถูกขโมยไป 7 Bitcoins เขาก็ตัดสินใจเลิกลงทุน

ที่มา: 9to5Mac ภาพ @MishManners

Topics: Steve WozniakiPhone XBitcoin
Categories: Technology

[ลือ] YouTube จะเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งเพลงแบบจ่ายเงินปีหน้า

Sat, 12/09/2017 - 16:15

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า YouTube เตรียมจะเปิดให้บริการสตรีมมิ่งเพลงแบบจ่ายเงินในเดือนมีนาคมปีหน้า โดยแหล่งข่าวรายงานว่าตอนนี้มีค่ายเพลงใหญ่ที่เซ็นสัญญานี้แล้วคือ Warner Music ส่วนอีกสองค่ายใหญ่คือ Sony Music Entertainment และ Universal Music รวมถึงกลุ่ม Merlin ซึ่งเป็นกลุ่มของค่ายเพลงอิสระก็กำลังพูดคุยกับ YouTube ถึงเรื่องบริการใหม่นี้อยู่

แหล่งข่าวรายงานว่าบริการใหม่ของ YouTube ตอนนี้มีชื่อเรียกภายในว่า Remix จะให้บริการสตรีมมิ่งเพลงออนดีมานด์ในลักษณะเดียวกับ Spotify และจะมีบริการบางอย่างเพิ่มเติมจาก YouTube อย่างเช่นวิดีโอคลิปเป็นต้น ซึ่งตอนนี้ YouTube ก็ได้เริ่มชักจูงให้ศิลปินมาโปรโมตบริการใหม่นี้แล้ว

ก่อนหน้านี้ YouTube ก็เคยจ้างงาน Lyor Cohen อดีตผู้บริหารของ Warner Music เพื่อมาควบคุมการดำเนินงานด้านการเพลง และเจรจากับค่ายเพลง รวมถึง Google ก็เริ่มโยกย้ายพนักงานจาก Google Play Music มาลงที่ YouTube จำนวนมากเมื่อต้นปีแล้ว ดังนั้นโอกาสที่ Google จะเปิดตัวบริการดังกล่าวภายใต้แบรนด์ YouTube ก็มีสูง

ปัจจุบัน เพลงถือเป็นหมวดหมู่หนึ่งของวิดีโอใน YouTube ที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้นับพันล้านคนต่อเดือน แต่ YouTube ยังคงต้องพบกับข้อครหาจากค่ายเพลงและศิลปินว่าจ่ายค่าตอบแทนไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้ที่รับชมจำนวนมาก ซึ่งทาง YouTube ก็เคยอธิบายว่าจ่ายไปเยอะแล้ว

ที่มา - Bloomberg

Topics: YouTubeGoogleMusic Streaming
Categories: Technology

เมือง Toronto ประเทศแคนาดาออกกฎ ผู้ให้เช่าผ่าน Airbnb ปล่อยเช่าได้เฉพาะบ้านที่ตัวเองอยู่เท่านั้น

Sat, 12/09/2017 - 15:05

สภาเมือง Toronto ประเทศแคนาดาได้อนุมัติกฎเพื่อควบคุมการเช่าระยะสั้น โดยกำหนดว่าผู้ให้บริการจะต้องมาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ของเมืองและจำกัดประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าของบ้านสามารถปล่อยเช่าได้ ซึ่งกฎใหม่ของเมือง Toronto นี้จะเริ่มใช้ในเดือนมิถุนายนปีหน้า

ภายใต้กฎใหม่นี้ เจ้าของบ้านจะอนุญาตให้ปล่อยเช่าบนบริการ homesharing จำพวก Airbnb หรือ Homeaway ของ Expedia ได้เฉพาะที่อยู่หลักเท่านั้น ผู้ให้เช่าสามารถปล่อยเช่าได้ถึง 3 ห้องนอนในที่อยู่หลัก หรือปล่อยเช่าได้ทั้งบ้านขณะใช้เวลาในการพักผ่อน โดยมีจำกัดเวลาสูงสุดว่าจะปล่อยเช่าได้ในระยะสูงสุดที่ 180 วันต่อปีเท่านั้น และเจ้าของบ้านจะไม่สามารถปล่อยเช่าที่อยู่แห่งที่สองได้

การออกกฎใหม่ของเมือง Toronto นี้ เพื่อเป็นการจำกัดที่อยู่เพื่อการเช่าระยะสั้น เนื่องจากทุกวันนี้ที่อยู่ถูกปล่อยให้เช่าระยะสั้นมากจนเกินไปจนไปรุกรานตลาดเช่าระยะยาว ซึ่งทำให้ค่าเช่าสูงขึ้น และเป็นการไม่ปลอดภัยสำหรับผู้เช่าระยะยาว

หลังจากออกกฎใหม่มา ผู้ให้บริการเช่าระยะสั้นอย่าง Airbnb มองว่าการกำกับของเมือง Toronto นี้ถือเป็นชัยชนะ และกล่าวว่าผู้เช่าส่วนใหญ่ของ Airbnb ใช้วิธีแชร์ที่อยู่หลักของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้ปล่อยเช่าที่อยู่ที่ว่างเปล่า

ที่มา - Reuters

Topics: AirbnbCanadaSharing Economy
Categories: Technology

Qualcomm จับมือ Baidu พัฒนาระบบ AI สั่งงานด้วยเสียงภาษาจีนร่วมกัน

Sat, 12/09/2017 - 12:21

Qualcomm ประกาศความร่วมมือกับ Baidu ผนึกกำลังพัฒนาด้าน AI ร่วมกัน

Baidu ถือเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการ AI จีน มีระบบปฏิบัติการ DuerOS รองรับการสั่งงานด้วยเสียง (แน่นอนว่าเน้นภาษาจีน) และที่ผ่านมาก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งจับมือกับ Baidu เพื่อใช้งาน DuerOS ที่ว่านี้ เช่น NVIDIA และ Xiaomi

ความร่วมมือกับ Qualcomm จะเป็นการนำ DuerOS มาปรับแต่งให้ใช้กับแพลตฟอร์มประมวลผลเสียง Qualcomm Aqstic ใน Snapdragon 845 ให้ดีขึ้น ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการลดเสียงสะท้อน-รบกวน และการประหยัดพลังงานในการดักจับเสียงด้วย

เป้าหมายของทั้ง Qualcomm/Baidu คือการทำให้ Snapdragon 845 + DuerOS กลายเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ IoT ในอนาคต ที่จะรองรับการสังงานด้วยเสียงมากขึ้น และถูกนำไปใช้โดยผู้ผลิตสินค้ายี่ห้อต่างๆ นั่นเอง

ที่มา - Qualcomm, Baidu

Topics: BaiduQualcommVoice RecognitionArtificial IntelligenceChina
Categories: Technology

Visual Studio 2017 ออกอัพเดตเวอร์ชัน 15.5 ใช้เวลาโหลดโซลูชันน้อยลงครึ่งหนึ่ง

Sat, 12/09/2017 - 12:01

ไมโครซอฟท์ออกอัพเดตให้ Visual Studio 2017 เป็นเวอร์ชัน 15.5

ของใหม่ที่สำคัญคือประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแทบทุกด้าน การโหลดไฟล์โซลูชันขนาดใหญ่ (C#/VB) ใช้เวลาน้อยลงถึงครึ่งหนึ่ง ส่วนเวลาที่ใช้สลับระหว่างโหมดีบั๊กและรีลีิสก็ลดลงเช่นกัน และเวลาที่ใช้ unfold เทมเพลตก็อาจเร็วขึ้นถึง 40 เท่า

ในแง่ฟีเจอร์ก็มีของใหม่หลายอย่าง เช่น historical debugging หรือการย้อนกลับไปยัง breakpoint ก่อนหน้าเพื่อดูสถานะของตัวแปรอีกครั้ง, รองรับ Docker แบบ multi-stage, การจัดการรหัสผ่านที่ใช้ล็อกอินเข้าฐานข้อมูลหรือเว็บเซอร์วิส เพื่อไม่ต้อง hardcode ไฟล์เหล่านี้, รองรับการทำงานกับ Xamarin Live Player

วิดีโอเปรียบเทียบความเร็วของ VS2017 15.5 vs 15.4

ส่วน Visual Studio for Mac อัพเดตเป็นเวอร์ชัน 7.3 มีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง เช่น รองรับ Visual Studio Test Platform (VSTest), เพิ่มเอนจิน refactoring ตัวใหม่จากคอมไพเลอร์ Roslyn, ปรับเวอร์ชัน .NET Core เป็น 2.0, รองรับการ sign อัตโนมัติหากใช้พัฒนาแอพบน iOS

ไมโครซอฟท์ยังออก Visual Studio 2017 เวอร์ชัน 15.6 เป็นเวอร์ชันพรีวิวให้ทดสอบด้วย มีของใหม่อีกหลายอย่างที่ปรับปรุงทั้ง UI, ฟีเจอร์, C++, Python, Azure

ที่มา - Visual Studio Blog (15.5), Visual Studio Blog (15.6)

Topics: Visual StudioMicrosoftDevelopmentIDE
Categories: Technology

Amazon เพิ่มประเทศที่ขาย Echo และบริการเพลง Music Unlimited ในยุโรป-ละตินอเมริกา

Sat, 12/09/2017 - 11:14

ปัญหาสำคัญของสินค้าและบริการจาก Amazon คือมักจำกัดประเทศ ขายแค่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปบางประเทศเท่านั้น ส่งผลให้การซื้อมาใช้ในบ้านเราค่อนข้างยุ่งยาก หรือแม้ใช้งานได้ก็อาจขาดฟีเจอร์บางอย่าง

ท่าทีของ Amazon ในช่วงหลังก็พยายามขยายสินค้าและบริการออกสู่ตลาดโลกมากขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Amazon Prime Video ที่มาเปิดในบ้านเราตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ล่าสุด Amazon ประกาศขยายประเทศที่วางขายลำโพงอัจฉริยะ Echo และบริการเพลงสตรีมมิ่ง Amazon Music Unlimited อีก 28 ประเทศ ครอบคลุมหลายประเทศในยุโรปและละตินอเมริกา เช่น โบลิเวีย ชิลี โคลอมเบีย เปรู อาร์เจนตินา

ถึงแม้ยังไม่ขยายมาถึงเอเชียในตอนนี้ แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีว่าเราคงจะได้เห็นการวางขาย Echo อย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนัก

ที่มา - Amazon

Topics: Amazon EchoAmazonMusic StreamingMusic
Categories: Technology

Google Home Mini ได้รับอัพเดต กลับมาใช้ปุ่มควบคุมได้แล้ว

Sat, 12/09/2017 - 09:40

ก่อนหน้านี้ Google Home Mini เจอปัญหากับฮาร์ดแวร์ปุ่มสัมผัสบริเวณด้านบนของเครื่องทำงานผิดพลาดที่เหมือนผู้ใช้กดปุ่มอยู่ตลอดเวลา ทำให้เสียงรอบตัวถูกอัดเก็บไว้และอัพโหลดขึ้นเซิฟเวอร์ของกูเกิลโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว ส่งผลให้กูเกิลตัดสินใจปิดการทำงานของปุ่มกลางแบบถาวรเพราะไม่รู้ว่าเครื่องไหนมีปัญหาบ้าง คงเหลือการทำงานไว้เพียงปุ่มด้านซ้ายและขวาที่ใช้ปรับระดับเสียง

ล่าสุดกูเกิลปล่อยอัพเดตใหม่ให้กับ Google Home Mini เพื่อนำฟีเจอร์ที่เดิมเคยใช้ได้กับปุ่มกลางกลับมา โดยตอนนี้ผู้ใช้ต้องกดปุ่มด้านข้างค้างไว้เพื่อเล่นหรือหยุดเพลง, ปิดเสียงปลุก และวางสาย แต่ฟีเจอร์ที่เคยกดปุ่มกลางเพื่อปลุก Home Mini ให้ตื่นยังไม่สามารถใช้ได้ ต้องเรียกโดยการพูด "OK, Google" หรือ "Hey, Google" ไปก่อน

อัพเดตใหม่นี้มีเลขเวอร์ชัน 1.29 โดยกำลังเริ่มปล่อยให้อัพเดตกันวันนี้

ที่มา - Android Police

Topics: Google HomeGoogle
Categories: Technology

[ลือ] Didi Chuxing ผู้ให้บริการเรียกรถจากจีนเตรียมเข้าสู่ตลาดเม็กซิโก

Sat, 12/09/2017 - 09:22

แหล่งข่าวของสำนักข่าว Reuters รายงานว่า Didi Chuxing บริการเรียกรถจากประเทศจีนเตรียมขยายธุรกิจเข้าประเทศเม็กซิโกในปีหน้า ซึ่งจะถือเป็นการขยายกิจการออกนอกจีนครั้งแรกของ Didi

ในรายงานเผยว่า Didi จะเปิดตัวแอพบนสมาร์ทโฟนในเม็กซิโก และจะรับคนขับรถมาให้บริการบนแพลตฟอร์ม แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า Didi จะเริ่มให้บริการที่เมืองไหนก่อน ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่าในไตรมาสแรกของปีหน้า Didi จะเปิดให้บริการในเม็กซิโก

เมื่อเดือนก่อน Didi ก็เพิ่งเข้าพบกับ ProMexico บริษัทด้านการลงทุนของรัฐบาลเม็กซิโกเพื่อพูดคุยถึงโอกาสในการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศ ซึ่งเมื่อเข้าสู่เม็กซิโกแล้ว Didi จะต้องพบกับคู่แข่งท้ันทีคือ Uber และ Cabify จากสเปน ซึ่งปัจจุบัน Uber ถือว่ามีฐานที่มั่นคงมากในเม็กซิโก มีผู้ใช้บนแพลตฟอร์มกว่า 7 ล้านคนใน 45 เมือง โดยเม็กซิโกซิตี้ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสามของโลกของ Uber (ในแง่จำนวนการเที่ยวเดินทาง)

แต่ถึงแม้ว่า Uber มาก่อนในตลาดเม็กซิโก ก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ว่างเหลือให้คู่แข่งเติบโตเลย เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานที่กำกับดูแลในบางเมืองของเม็กซิโกไม่อนุญาตให้ Uber รับเงินสดเพื่อป้องกันการแข่งขันโดยตรงกับแท็กซี่ ซึ่งถ้าคู่แข่งสามารถหาช่องทางแข่งขันได้โดยจับกลุ่มตลาดลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือเดบิตไว้จ่ายเงินได้ก็น่าจะมีช่องให้เติบโตได้เช่นกัน

ปัจจุบัน Didi ถือเป็นบริษัทเรียกรถที่มีมูลค่าสูงที่สุดอันดับสองรองจาก Uber เท่านั้น และธุรกิจในจีนของ Uber ก็เพิ่งควบรวมกับ Didi ไปเมื่อปีที่แล้ว

ที่มา - Reuters

ภาพจาก Didi Chuxing (Facebook)

Topics: Didi ChuxingRide-Hailing
Categories: Technology

Kaspersky จะปิดสำนักงานใน Washington D.C. แต่ยังทำธุรกิจกับลูกค้ารายอื่นในสหรัฐฯ ต่อไป

Sat, 12/09/2017 - 08:58

Kaspersky Lab ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยจากรัสเซียซึ่งถูกรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบน เตรียมปิดออฟฟิศใน Washington D.C. ซึ่งเป็นสำนักงานที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ทางบริษัทจะยังคงการดำเนินธุรกิจกับลูกค้าที่ไม่ใช่รัฐบาลต่อไป และเตรียมจะเปิดออฟฟิศใน Chicago, Los Angeles และ Toronto เพิ่มเติมในปีหน้า

Anton Shigarev ผู้บริหารจาก Kaspersky กล่าวในการให้สัมภาษณ์ถึงการปิดออฟฟิศดังกล่าว และยังพูดถึงเรื่องการเปิดซอร์สโค้ดของบริษัทให้กับบริษัทภายนอกตรวจสอบด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์ของ Kaspersky ไม่มีฟังก์ชันแอบแฝงใด ๆ ไม่มีการส่งไฟล์ไปยังบุคคลที่สาม ไม่มีการสอดแนม และทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับลูกค้าอย่างเต็มที่

Shingarev กล่าวว่า การเสียลูกค้าระดับรัฐของ Kaspersky นั้น อาจทำให้บริษัทต้องเสียรายได้จำนวนมาก และทำให้ Kaspersky ต้องคอยตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวซอฟต์แวร์หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบน

นอกจากนี้ ในฝั่งสหราชอาณาจักรที่เพิ่งประกาศเตือนเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ที่ผลิตโดยรัสเซียนั้น Shingarev กล่าวว่า National Cyber Security Centre ของสหราชอาณาจักรเพียงแค่ “แนะนำ” เท่านั้น

นอกจากนี้ Kaspersky จะยังสร้าง Transparency Centers ในสหรัฐฯ, ยุโรป และเอเชียด้วย โดยศูนย์นี้จะจัดตั้งให้มีผู้เชี่ยวชาญอิสระมาศึกษาโค้ดได้ โดยศูนย์เล่านี้จะมีความปลอดภัยระดับ SCIF มีกล้องตรวจสอบความปลอดภัย ไม่มีอินเทอร์เน็ต และมีผู้เชี่ยวชาญอิสระคอยตรวจสอบโค้ดและมีพนักงาน Kaspersky คอยตอบคำถาม

สุดท้ายนี้ Shingarev กล่าวว่าทางบริษัทก็ไม่ต้องการให้รัฐบาลรัสเซียสั่งบล็อกการใช้ซอฟต์แวร์จากสหรัฐฯ ภายในประเทศเหมือนกัน เขายืนกรานต่อต้านการแบนทุกประเภท และยืนยันว่าการปกป้องในลักษณะนี้จะเป็นอันตรายในระยะยาว Kaspersky เชี่ยวชาญในการปกป้องธนาคารจากการโจมตีโดยแฮกเกอร์รัสเซีย และถ้าสหรัฐฯ แบน Kaspersky จากธนาคารในประเทศก็เหมือนกับกำลังยิงตัวเองในระยะหนึ่งฟุต และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ (protectionism) ที่มากเกินไปนั้นสามารถทำลายการแข่งขันได้”

ที่มา - Bloomberg

Topics: KasperskySecurityUSARussia
Categories: Technology

NVIDIA รายงานการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แปลงภาพหน้าหนาวเป็นหน้าร้อน แดดออกเป็นฝนตก

Sat, 12/09/2017 - 08:02

ที่งานประชุมวิชารการ NIPS 2017 ปีนี้มีงานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์น่าสนใจมานำเสนอมากมาย ทาง NVIDIA เองก็นำเสนอการใช้ generative adversarial networks (GANs) เพื่อการแปลงภาพโดยไม่ต้องสอนปัญญาประดิษฐ์ ผลที่ได้คือซอฟต์แวร์ที่สามารถแปลงสภาพแวดล้อมหรือวัตถุในภาพได้อย่างน่าประหลาดใจ

รายงานระบุว่าการแปลงภาพใช้ GAN สองชุด แต่ละชุดจะฝึกกับข้อมูลเพื่อ "ทำความเข้าใจ" ว่าสภาพแวดล้อมแบบหนึ่งๆ เป็นอย่างไร เช่น ท้องฟ้าในหน้าร้อนเทียบกับท้องฟ้าในหน้าหนาว ถนนขณะแดดออกเทียบกับถนนขณะฝนตก ไปจนถึงต้นไม้ในหน้าหนาวที่ผลัดใบเทียบกับหน้าร้อนที่เขียวทั้งต้น โดยกระบวนการนี้ไม่ต้องอาศัยมนุษย์มานั่งแปะป้ายข้อมูลทีละชุดแต่อย่างใด

การสร้างสภาพแวดล้อมจำลองนี้นำไปใช้งานได้อีกมหาศาล คนทั่วไปอาจจะนึกถึงวงการภาพยนต์ที่ไม่ต้องรอสภาพอากาศเป็นใจในการถ่ายทำอีกต่อไป ทาง NVIDIA เองยกตัวอย่างถึงการใช้ฝึกรถไร้คนขับที่ต้องเรียนรู้ข้อมูลสภาพแวดล้อมหลากหลายรูปแบบจนบางครั้งไม่สามารถหาสภาพแวดล้อมเหล่านั้นมาฝึกและจำลองการทำงานได้

ที่มา - NVIDIA

Topics: NVIDIAArtificial Intelligence
Categories: Technology

Jonathan Ive กลับมาดูแลงานออกแบบผลิตภัณฑ์ Apple อีกครั้ง หลังหยุดไป 2 ปี

Sat, 12/09/2017 - 07:54

แอปเปิลได้ปรับปรุงข้อมูลในเว็บหน้าผู้บริหารระดับสูง โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือชื่อของ Alan Dye รองประธานฝ่าย User Interface Design และ Richard Howarth รองประธานฝ่าย Industrial Design ได้หายไป ซึ่งถ้าหากจำได้ ทั้งสองคนนี้รายงานตรงกับ Jonathan Ive หลังจากเขาได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็น Chief Design Officer โดยทั้งสองคนเข้ามาดูแลส่วนการออกแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

ตัวแทนของแอปเปิลอธิบายว่า หลังจากที่ภารกิจออกแบบดูแล Apple Park สำนักงานใหญ่แห่งใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ทีมงานฝ่ายออกแบบทั้งหมดจะกลับมารายงานตรงกับ Ive อีกครั้ง ซึ่งเขาก็จะกลับมาเน้นดูแลการออกแบบทั้งหมดเอง

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปว่า เดิม Ive มีตำแหน่งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ต่อมาแอปเปิลได้เลื่อนตำแหน่งใหม่ให้เขาเป็น Chief Design Officer บอกว่าเพื่อดูภาพรวมและดูแลงานของ Apple Park ซึ่งถูกมองว่าเป็นการดึงเขาให้อยู่แอปเปิลต่อไปด้วยงานที่ใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันก็เพื่อส่งต่องาน ซึ่งการประกาศปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ก็สะท้อนว่า Ive จะกลับมามีบทบาทในการออกแบบมากขึ้นอีกครั้ง

ที่มา: Bloomberg

Topics: Jonathan IveApple
Categories: Technology

[ลือ] Apple จะซื้อกิจการแอพค้นหาเพลงด้วยเสียง Shazam

Sat, 12/09/2017 - 07:09

TechCrunch รายงานว่าแอปเปิลเตรียมเข้าซื้อกิจการ Shazam บริการค้นหาเพลงด้วยการป้อนข้อมูลเสียงเข้าไป ซึ่งคาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ ด้วยมูลค่าราว 401 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้ยังไม่สรุปชัดเจน

Shazam เคยเพิ่มทุนเมื่อปี 2015 ที่มูลค่ากิจการราว 1,020 ล้านดอลลาร์ ฉะนั้นหากดีลขายกิจการให้แอปเปิลนี้จริง เท่ากับมูลค่าของ Shazam จะลดลงมากกว่าครึ่ง

บริการค้นหาเพลงของ Shazam ถูกเชื่อมต่อเป็นส่วนหลักของ Siri นับตั้งแต่ iOS 8 ทำให้ทั้งสองบริษัทมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้ว อีกทั้งทิศทางของ Shazam ก็กำลังมุ่งไปทางพัฒนา AR สำหรับการค้นหาเพลง ซึ่งตรงกับสิ่งที่แอปเปิลต้องการเช่นกัน

หากดีลนี้ประกาศเป็นทางการ จะเป็นการซื้อกิจการใหญ่ที่สุดของแอปเปิลนับตั้งแต่ดีล Beats ในปี 2014 และเห็นได้ว่าแอปเปิลยังต้องการเสริมทัพในกลุ่มธุรกิจ Apple Music อยู่นั่นเอง

ที่มา: TechCrunch

Topics: ShazamAcquisitionRumorsApple
Categories: Technology

Elon Musk เผย Tesla กำลังพัฒนาชิพ AI สำหรับใช้ในรถยนต์ตัวเอง

Fri, 12/08/2017 - 23:11

การพัฒนาชิพสำหรับประมวลผล AI นั้นถือเป็นสิ่งที่หลายบริษัทในปัจจุบันเริ่มหันมาสนใจทำกัน เพื่อประสิทธิภาพในการประมวลผลงานเฉพาะของตัวเอง Tesla ก็ด้วยเช่นกัน โดยสำนักข่าวทั้ง The Register และ CNBC รายงานว่าซีอีโอ Elon Musk นั้นเตรียมการพูดคุยถึงการพัฒนาชิพ AI ใช้ในบริษัทเองในงาน NIPS ซึ่งเป็นงานสัมมนาด้าน machine learning

Musk กล่าวในงานไว้อย่างชัดเจนว่า “ผมต้องการพูดให้ชัดเจนว่า Tesla นั้นจริงจังกับ AI ทั้งฝั่งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เรากำลังพัฒนาชิพ AI แบบเฉพาะทาง”

การพัฒนาชิพเฉพาะทางของ Tesla นั้นถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบัน Tesla ใช้งานกราฟิกการ์ดของ Nvidia สำหรับการประมวลผลฟีเจอร์ขับรถอัตโนมัติ ซึ่งการพัฒนาฮาร์ดแวร์เองแล้วจะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือสามารถคำนวณได้ไวขึ้น และให้ความปลอดภัยบนท้องถนนที่มากขึ้นด้วย ซึ่งจะยิ่งทำให้อนาคตของรถยนต์ไร้คนขับเต็มตัวสามารถเป็นไปได้จริงมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน บริษัทหลายแห่งต่างก็ก้าวเข้าสู่สมรภูมิ AI โดยการพัฒนาชิพเฉพาะของตนเองเพื่อลดคอขวดในการประมวลผล อย่างเช่น Apple, Huawei ก็พัฒนาชิพสำหรับใช้ประมวลผลในสมาร์ทโฟน หรือ Google ก็พัฒนาชิพใช้บนคลาวด์ ไปจนถึงชิพด้าน vision ต่าง ๆ ที่ใช้ในโดรนและกล้อง

ที่มา - TechCrunch

ภาพโดย Tesla

Topics: Tesla MotorsElon MuskArtificial IntelligenceAutomobileSelf-Driving Car
Categories: Technology

คลิปเพลง "ตราบธุลีดิน" จากหน้ากากนักร้อง ยึดอันดับ 1 คลิปมาแรงปี 2017 ของ YouTube

Thu, 12/07/2017 - 02:31

เข้าสู่ช่วงปลายปี ก็เป็นธรรมเนียมปกติของ YouTube ที่จะออกมาประกาศผลการจัดอันดับคลิปวิดีโอที่มาแรงเป็นที่นิยม และในปีนี้ YouTube ก็ได้ประกาศอันดับคลิปวิดีโอโดยแบ่งออกเป็น 2 หมวด คือคลิปวิดีโอมาแรงประจำปี (Top Trending Videos) และคลิปเพลงประจำปี (Top Music Videos) ซึ่งน่าสนใจว่าคลิปจากรายการทีวีของไทยคว้าอันดับหนึ่งของโผคลิปวิดีโอมาแรงประจำปีนี้ด้วย

คลิปเพลง "ตราบธุลีดิน" ซึ่งขับร้องโดยปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ "โอม Cocktail" ผู้เข้าแข่งขันในนาม "หน้ากากหอยนางรม" จากรายการ "หน้ากากนักร้อง Season 2" ของไทยเรา ถูกจัดให้เป็นคลิปมาแรงอันดับ 1 ประจำปีนี้ เอาชนะคลิปการเต้นประกอบเพลงฮิตอย่าง Shape of You หรือคลิปการแสดงของ Lady Gaga ในการแข่งขันนัดชิง Super Bowl ครั้งล่าสุดไปได้

ในขณะที่การจัดอันดับเพลงดังประจำปี 2017 นั้นก็ไม่น่าจะเกินความคาดหมายของใคร เมื่อเพลง Despacito ซึ่งครองตำแหน่งคลิปที่มีจำนวนผู้เข้าชมมากที่สุดในขณะนี้ด้วยจำนวน 4.46 พันล้านครั้ง นอนมาคว้าอันดับ 1 ไปครอง ส่วนอันดับ 2 ก็ตกเป็นของเพลงดัง "Shape of You" ผลงาน Ed Sheeran ที่เพิ่งมาแสดงคอนเสิร์ตในบ้านเราเมื่อไม่นานมานี้

การจัดอันดับเหล่านี้ ไม่ได้ยึดเอาจำนวนครั้งที่มีคนชมคลิปวิดีโอนั้นๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาข้อมูลเรื่องจำนวนครั้งที่มีคนแชร์คลิปวิดีโอ, การแสดงความคิดเห็น รวมทั้งจำนวนครั้งที่มีผู้กด "ชื่นชอบ" คลิปวิดีโอนั้นด้วย

สามารถดูรายชื่อ 10 อันดับคลิปมาแรง และ 10 อันดับเพลงฮิตประจำปี 2017 ของ YouTube ได้ท้ายข่าว

10 คลิปวิดีโอมาแรงประจำปี 2017

  1. Until We Will Become Dust - Oyster Masked (ตราบธุลีดิน - หน้ากากหอยนางรม) | THE MASK SINGER 2
  2. ED SHEERAN - Shape Of You | Kyle Hanagami Choreography
  3. Ping Pong Trick Shots 3 | Dude Perfect
  4. Darci Lynne: 12-Year-Old Singing Ventriloquist Gets Golden Buzzer - America's Got Talent 2017
  5. Ed Sheeran Carpool Karaoke
  6. Lady Gaga's FULL Pepsi Zero Sugar Super Bowl LI Halftime Show | NFL
  7. "INAUGURATION DAY" — A Bad Lip Reading of Donald Trump's Inauguration
  8. history of the entire world, i guess
  9. In a Heartbeat - Animated Short Film
  10. Children interrupt BBC News interview - BBC News

10 อันดับคลิปเพลงยอดนิยมประจำปี 2017

  1. Luis Fonsi - Despacito ft. Daddy Yankee
  2. Ed Sheeran - Shape of You [Official Video]
  3. J Balvin, Willy William - Mi Gente (Official Video)
  4. Maluma - Felices los 4 (Official Video)
  5. Bruno Mars - That's What I Like [Official Video]
  6. Chris Jeday - Ahora Dice (Official Video) ft. J. Balvin, Ozuna, Arcángel
  7. 05. El Amante - Nicky Jam (Video Oficial) (Álbum Fénix)
  8. Jason Derulo - Swalla (feat. Nicki Minaj & Ty Dolla $ign) (Official Music Video)
  9. DJ Khaled - I'm the One ft. Justin Bieber, Quavo, Chance the Rapper, Lil Wayne
  10. Enrique Iglesias - SUBEME LA RADIO (Official Video) ft. Descemer Bueno, Zion & Lennox0

ที่มา - CNET

Topics: YouTube
Categories: Technology

BT จะเพิ่มการแสดงภาพรีเพลย์และไฮไลท์ฟุตบอล UCL และ EPL ในรูปแบบวิดีโอ 360 องศา

Thu, 12/07/2017 - 00:19

BT สื่อใหญ่ในสหราชอาณาจักรผู้ถือสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาหลากหลายรายการ ซึ่งรวมทั้งการแข่งขันฟุตบอล English Premier League และ UEFA Champions League เตรียมยกระดับการถ่ายทอดสดเกมกีฬาด้วยการเพิ่มฟีเจอร์การแสดงภาพรีเพลย์และไฮไลท์การแข่งขันด้วยวิดีโอแบบรอบทิศทาง 360 องศา ผ่านทางแอพ BT Sport App

BT จะประเดิมโชว์ฟีเจอร์ใหม่นี้กับเกมการแข่งขันระหว่าง Tottenham Hotspur และ APOEL Nicosia ในการแข่งขัน UEFA Champions League คืนนี้ และจะเริ่มใช้กับการถ่ายทอดเกม English Premier League ในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม ระหว่าง Tottenham Hotspur และ Manchester City

BT จะเพิ่มฟีเจอร์วิดีโอถ่ายทอดสดนี้ให้กับการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬารายการอื่น อาทิ FA Cup และการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลก โดยตั้งเป้าว่าจะมีฟีเจอร์นี้ให้กับการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาร่วม 20 รายการภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า

การชมวิดีโอรีเพลย์และไฮไลท์แบบ 360 องศาผ่านแอพ BT Sport App นี้ สามารถทำได้ไม่ว่าผู้ใช้จะมีอุปกรณ์กล้อง VR แบบสวมศีรษะหรือไม่

ที่มา - Engadget

Topics: FootballVirtual RealityBT
Categories: Technology

รีวิว Asus ZenBook Flip S โน้ตบุ๊กพับจอเกรดพรีเมียม มีปากกา เบาเพียง 1.1 กิโลกรัม

Wed, 12/06/2017 - 23:24

ตลาดโน้ตบุ๊กกลุ่มพรีเมียมในช่วงหลัง เริ่มมุ่งไปในทิศทางของ 2-in-1 มากขึ้น ทั้งกลุ่มที่เป็นถอดจอได้ (detachable) และพับจอได้ (convertible) ซึ่งผู้ผลิตเกือบทุกรายต่างก็ทำผลิตภัณฑ์กลุ่มโน้ตบุ๊กพับจอได้ที่เป็นสายบางเบา พกพาสะดวก แต่ก็ยังคงประสิทธิภาพสูงไว้รองรับงานได้เกือบทุกรูปแบบ (ก่อนหน้านี้เราเคยรีวิว HP EliteBook x360 ที่เป็นตัวท็อปของฝั่งธุรกิจของ HP ไปแล้ว)

Asus ZenBook ก็มีซีรีส์ที่ห้อยคำว่า Flip ซึ่งหมายถึงพับจอได้ โดยตัวที่เป็นเรือธงของซีรีส์ Flip ก็คือ Asus ZenBook Flip S โน้ตบุ๊กพับจอได้ที่น่าจะถือว่าบางและเบาที่สุดในท้องตลาด ด้วยน้ำหนักเพียง 1.1 กิโลกรัมเท่านั้น

สเปกเครื่อง

สเปกของ Asus ZenBook Flip S ตัวที่ได้รับมาทดสอบ (UX370UA) มีดังนี้

  • ซีพียู Core i7-7500
  • จีพียู Intel HD 620
  • แรม 8GB
  • SSD 512GB
  • หน้าจอ 13.3" Full HD (1920x1080) พร้อมกระจก Gorilla Glass
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C x2 รองรับความเร็ว USB 3.1
  • มีตัวสแกนลายนิ้วมือ
  • แบตเตอรี่ขนาด 39Wh โฆษณาว่าอยู่ได้ 11.5 ชั่วโมง มีระบบ Fast Charge
  • น้ำหนัก 1.1 กิโลกรัม

อุปกรณ์ที่ให้มาในชุด ประกอบด้วยปากกา Active Pen, ซองหนังสำหรับใส่โน้ตบุ๊ก, ASUS mini dock สำหรับแปลงพอร์ตเชื่อมต่อเป็น USB-A, HDMI

ราคาขายในไทยอยู่ที่ 63,990 บาท โดย Asus Thailand นำเข้ามาเพียงรุ่นย่อยเดียว ไม่มีสเปกย่อยตัวอื่นให้เลือก

คู่แข่งในท้องตลาด

คู่แข่งของ Asus ZenBook Flip S ต้องบอกว่าหาตัวมาเทียบตรงๆ ได้ยาก เพราะรุ่นที่มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกันอย่าง Acer Spin 7 (1.2 กิโลกรัม) หรือ Dell XPS 13 2-in-1 9365 (1.24 กิโลกรัม) เลือกใช้ซีพียู Core รหัส Y ที่กินไฟน้อยกว่า (TDP 4.5W) ในขณะที่ ZenBook Flip S มีน้ำหนักเบากว่าแต่เลือกใช้ซีพียู Core รหัส U ที่ประสิทธิภาพดีกว่า (TDP 15W)

ส่วนคู่แข่งที่เลือกใช้ซีพียูรหัส U ก็จะออกแบบให้ขนาดและน้ำหนักมากกว่า ZenBook Flip S เช่น HP Spectre x360 (1.26 กิโลกรัม ได้พอร์ต USB ขนาดเต็มเพิ่มมา) หรือ Lenovo Yoga 920 (1.37 กิโลกรัม แต่เป็นจอ 14")

ดังนั้น Asus ZenBook Flip S ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นมากในท้องตลาด เพราะตอบโจทย์ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ (ซีพียู Core i7 รหัส U) และความสะดวกในการพกพา (น้ำหนัก 1.1 กิโลกรัม)

ดีไซน์

Asus ZenBook Flip S มีให้เลือกทั้งหมด 2 สีคือน้ำเงิน Royal Blue และเทา Smoky Grey โดยรุ่นที่ได้มาทดสอบเป็นสีน้ำเงินขอบเหลือง Royal Blue

ต้องบอกว่าสีน้ำเงินขอบเหลือง Royal Blue ตัวนี้เป็นสีพิเศษของซีรีส์ ZenBook ที่พยายามสร้างเอกลักษณ์ให้ต่างไปจากโน้ตบุ๊กโทนสีเงิน-เทา-ดำทั่วๆ ไปในท้องตลาด ชนิดว่าเห็นแล้วจดจำได้ทันทีว่านี่เป็นโน้ตบุ๊กยี่ห้อ Asus นั่นเอง

ตัวบอดี้ทำมาจากวัสดุเป็นอะลูมิเนียมเบอร์ 6013 ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน แข็งแรงกว่าเบอร์ 6063 ที่ใช้กันในโน้ตบุ๊กทั่วไป แถม Asus ยังทำลายให้ดูเป็นผิวขัดโลหะที่มีลูกเล่นพอสมควร เมื่อบวกกับลูกเล่นการขลิบขอบสีเหลืองทอง ก็ทำให้โน้ตบุ๊กดูพรีเมียมและแตกต่าง

จุดขายของ ZenBook Flip S อยู่ที่ความบางเพียง 10.9 มิลลิเมตร ซึ่งก็ถือว่าบางจริง (เทียบกับ MacBook ที่บาง 1.31 มิลลิเมตรก็ถือว่าบางกว่าซะด้วย) ส่วนน้ำหนัก 1.1 กิโลกรัมอาจหนักกว่า MacBook (0.9 กิโลกรัม) อยู่หน่อย แต่ก็ได้จอใหญ่กว่า ซีพียูแรงกว่า แถมพับจอเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย

พอร์ตเชื่อมต่อ

โน้ตบุ๊กตัวบางขนาดนี้ย่อมมีพอร์ตเชื่อมต่อที่จำกัดพอสมควร กรณีของ FlipBook S ให้พอร์ต USB-C มาสองพอร์ตด้านซ้ายและขวา (ใช้ชาร์จไฟได้ทั้งสองพอร์ต) และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

ข้อดีของ FlipBook S คือการแถมตัว mini dock มาให้ในชุดเลย ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อไม่ต้องไปลำบากหา dock เพื่อเชื่อมต่อ HDMI หรือ USB-A เอง

ที่ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีปุ่ม power, volume และตัวสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านข้าง ใช้งานได้ทั้งโหมดโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต ใช้ร่วมกับ Windows Hello ได้โดยตรง จากการลองใช้งานจริงพบว่าสแกนได้เร็ว แต่จะยากเล็กน้อยตอนหาตำแหน่งของตัวสแกน เพราะอยู่ด้านข้างที่เรามองไม่เห็นเสมอไป ต้องใช้วิธีคลำๆ เอาเพื่อหาตำแหน่งที่ถูกต้อง

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดของ FlipBook S เป็นคีย์บอร์ดขนาด full size และมีไฟ backlit ในตัว

ข้อจำกัดของคีย์บอร์ดคือมีระยะกดปุ่ม (key travel) เพียง 1.0 มิลลิเมตร อาจน้อยไปนิดสำหรับคนที่ชอบพิมพ์คีย์บอร์ดเด้งๆ หน่อย แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นข้อจำกัดของการออกแบบ ที่โน้ตบุ๊กบางขนาดนี้ย่อมมีระยะ key travel ได้ไม่เยอะมากนักอยู่แล้ว

ส่วนทัชแพดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แถมยังเป็น precision touchpad ตามสมัยนิยม รองรับท่า gesture ต่างๆ ได้ตามมาตรฐานของไมโครซอฟท์ (เดี๋ยวนี้ทัชแพดของโน้ตบุ๊กรุ่นพรีเมียม เริ่มเป็น precision touchpad กันเกือบหมดแล้ว เลยเริ่มไม่ค่อยแตกต่างกันนัก)

การใช้งานเป็นแท็บเล็ต

ตัวบานพับของ ZenBook Flip S เป็นบานพับสองจังหวะ เมื่อเปิดฝาขึ้นมาจะเอียงเหมือนโน้ตบุ๊กปกติ แต่พอกางฝาบนออกจนเกือบจะเป็นแนวราบ บานพับจะขยับอีกจังหวะลงไปจากเดิม ช่วยดันให้ขอบบนของเครื่องลอยขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อย (คีย์บอร์ดจะเป็นมุมเอียง องศาเหมะกับการวางมือมากขึ้น) และเมื่อพับจอกลับไปจนสุด ก็จะกลายร่างเป็นแท็บเล็ตนั่นเอง

ด้วยน้ำหนักของ ZenBook Flip S เพียง 1.1 กิโลกรัม ทำให้การถือมันในฐานะแท็บเล็ตไม่ลำบากจนเกินไป น้ำหนักเบาพอที่จะถืออ่านหนังสือได้นานๆ จุดติคงมีว่าหน้าจอสัดส่วน 16:9 ไม่ค่อยเหมาะกับการใช้เป็นแท็บเล็ตนัก (ไมโครซอฟท์ถึงหนีเป็น 3:2) และขอบหน้าจอด้านล่างที่หนากว่าส่วนอื่นๆ ก็อาจทำให้การเป็นแท็บเล็ตดูขาดๆ เกินๆ ไปสักหน่อย แต่ภาพรวมก็ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอะไร

Asus แถมปากกามาให้ในชุดด้วย มันสามารถใช้งานกับ Windows Ink ของ Windows 10 ได้สมบูรณ์ ปากกาคล้ายกับปากกาของ Surface แต่มีปุ่มที่ด้านข้างสองปุ่ม (ปุ่มด้านบนใช้เป็นคลิกขวาได้) บวกกับซองหนังที่ให้มามีช่องเสียบปากกาในตัว การพกพาปากกาไปกับตัวเครื่องจึงสะดวกและเป็นธรรมชาติ

แบตเตอรี่

จุดอ่อนสำคัญของ Asus ZenBook Flip S คงเป็นเรื่องแบตเตอรี่ที่ไม่ค่อยอึดเท่าไรนัก อันนี้คงเป็นข้อเสียของการใส่ Core i7 รหัส U เข้ามาในฟอร์มแฟคเตอร์ที่บางขนาดนี้ (คู่แข่งที่ขนาดไล่ๆ กันจึงใช้รหัส Y แทน) ในแง่การใช้งานจึงควรพกอแดปเตอร์ติดตัวไปด้วย สำหรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ

สรุป

Asus ZenBook Flip S ถือเป็นพีซีแบบ 2-in-1 พับจอได้ที่ค่อนข้างครบเครื่อง ทั้งสเปก ฟีเจอร์ และน้ำหนัก ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในฐานะโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต จุดเด่นของมันคือน้ำหนักที่เบาเพียง 1.1 กิโลกรัม พกพาสะดวกมาก ใช้เป็นแท็บเล็ตได้อย่างไม่ลำบากนัก และอุปกรณ์เสริมที่ Asus ให้มาครบไม่ต้องซื้อหาอะไรเพิ่ม

จุดอ่อนของมันคงเป็นเรื่องอายุของแบตเตอรี่ที่ใช้ได้น้อยไปสักนิด และราคาที่แพงไปสักหน่อย เมื่อเทียบกับคู่แข่งบางรายที่ขายเพียง 3 หมื่นต้นไปจนถึง 5 หมื่นเท่านั้น

ข้อดี

  • ขนาดบาง น้ำหนักเบา พกพาสะดวกจริงๆ
  • พับจอเป็นโหมดแท็บเล็ตได้ ยิ่งน้ำหนักเบายิ่งเหมาะกับการใช้เป็นแท็บเล็ต
  • ซีพียู Core i7 รหัส U ให้ประสิทธิภาพเหลือเฟือสำหรับงานทั่วไป
  • มีตัวสแกนลายนิ้วมือ รองรับ Windows Hello
  • ให้อุปกรณ์เสริมมาครบถ้วน ทั้งซอง ปากกา และตัวแปลง dock

ข้อเสีย

  • พอร์ตเชื่อมต่อยังจำกัดแค่ USB-C
  • อายุของแบตเตอรี่น้อยไปสักหน่อย
  • ราคาแรงไปนิด
Topics: ASUSZenbookHybridReviewNotebook
Categories: Technology

นินเทนโดนำเกม Mario/Zelda จาก Wii ให้เล่นผ่าน NVIDIA Shield แต่จำกัดเฉพาะในจีน

Wed, 12/06/2017 - 22:54

กลายเป็นเรื่องน่าสนใจของวงการเกมขึ้นมาทันที เมื่อบัญชีโซเชียลของ NVIDIA ในจีน โพสต์โฆษณาการเล่นเกมจากค่ายนินเทนโดบนคอนโซล NVIDIA Shield แบบเซอร์ไพร์ส

เกมที่นำมาโชว์เป็นเกมจากเครื่อง Wii ได้แก่ New Super Mario Bros. Wii, The Legend of Zelda: Twilight Princess และ Punch-Out!! โดยระบุว่านำมารีมาสเตอร์ใหม่ ปรับความละเอียดเป็น 1080p และขายราคาเกมละ 68 หยวน (ประมาณ 350 บาท) ทาง NVIDIA ระบุว่าจะมีเกมจาก GameCube รวมถึง Super Mario Galaxy ตามมาให้เล่นด้วย

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนนักว่า นินเทนโดซึ่งขึ้นชื่อในแง่ไม่ยอมนำเกมไปลงคอนโซลยี่ห้ออื่นเลย ยอมนำเกมไปลง Shield ได้อย่างไร (ทั้งสองบริษัทมีสายสัมพันธ์ร่วมกันจากการทำ Switch ที่ใช้ Tegra) โดยคาดว่าความร่วมมือนี้จะจำกัดเฉพาะในจีนเท่านั้น

เว็บไซต์ Ars Technica ประเมินจากข้อมูลบนหน้าเว็บ NVIDIA China ว่านินเทนโดไม่ได้นำเกมพอร์ตมาลง Shield ตรงๆ แต่เป็นการสตรีมเกมผ่านบริการ Geforce Now ของ NVIDIA แทน ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่าเราอาจเห็นนินเทนโด "ยอม" นำเกมของตัวเองไปลงคอนโซลหรือพีซี ผ่านวิธีสตรีมมิ่งได้ในอนาคต

ที่มา - Ars Technica

Topics: NintendoGamesWiiNVIDIAChinaSHIELD
Categories: Technology

BBC เปิดโครงการสอนทักษะการระบุข่าวปลอมให้เด็กมัธยม

Wed, 12/06/2017 - 22:48

สำนักข่าวอังกฤษ BBC เปิดโครงการสอนเด็กนักเรียนถึงวิธีการระบุข่าวปลอมด้วยตัวเอง โดย BBC จะใช้ทั้งช่องทางออฟไลน์ คือส่งนักข่าวไปยังโรงเรียนมัธยม หรือส่งไปตามอีเว้นท์ต่าง ๆ ไปจนถึงช่องทางดิจิทัล เพื่อให้เด็กที่ยังมีอายุไม่มากนักสามารถใช้ความคิดเชิงวิพากษ์กับสิ่งที่อ่านออนไลน์ และสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่อ่านจริงหรือปลอม

โรงเรียนที่จะได้รับประโขชน์จากโครงการของ BBC นี้มีกว่าพันโรงเรียน โดยโครงการนี้ตามมาจากผลการศึกษาของ University of Salford ที่ร่วมมือกับ BBC Newsround ว่าเด็กอายุ 9-14 ปีสามารถระบุข่าวปลอมได้ดีแค่ไหน ซึ่งแม้ว่าเด็กจะรู้ว่าข่าวปลอมเป็นอย่างไร ก็ยังมีเด็กจำนวนมากที่ไม่สามารถแยกระหว่างข่าวปลอมและข่าวจริงที่รายงานมาได้ทุก ๆ ครั้ง

Tony Hall ผู้อำนวยการทั่วไปของ BBC กล่าวว่า ด้วยการแบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชน BBC ต้องการมอบทักษะและความตระหนักรู้ที่เด็กควรมี เพื่อให้มั่นใจได้เกี่ยวกับวิธีระบุข่าวจริง และเห็นได้ว่าอะไรเป็นข่าวปลอม

ปัญหาข่าวปลอมนั้นยังคงเป็นเรื่องบานปลายในสหรัฐฯ และล่าสุดก็มีรายงานว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโหวต Brexit ด้วย สามารถอ่านสรุปเหตุการณ์จากประเด็นดังกล่าวได้จากรายงานโดย Blognone

ที่มา - Engadget, BBC

ภาพโดย Geograph

Topics: BBCFake
Categories: Technology

Pages